ทำอย่างไรจะแก่แล้วไม่จน/วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตอบกลับโพส
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
กระทู้: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm

ทำอย่างไรจะแก่แล้วไม่จน/วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

โพสต์ โดย Thai VI Article » จันทร์ ก.ย. 28, 2015 2:39 pm

โค้ด: เลือกทั้งหมด

    หัวข้อบทความในวันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ว่าจะพยายามให้ความรู้กับผู้คน โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นต่ำว่า อย่างน้อยเวลาเขาแก่แล้วเขาจะไม่ยากจน และหากเขาตั้งใจวางแผนและทำอย่างเต็มที่ เขาอาจจะกลายเป็นผู้ที่มีความมั่งคั่งในยามชราก็เป็นได้

    ช่วงนี้มีงานสัมมนาและมีข่าวเกี่ยวกับการออมเพื่อวัยเกษียณมากมาย สาเหตุหนึ่งก็เพราะอีกไม่กี่วัน จะมีกลุ่มข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ครบอายุเกษียณงานกันอีกกลุ่มหนึ่ง

    ดิฉันเคยเขียนในคอลัมน์นี้ว่า การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุงาน ไม่ควรเริ่มคิดในปีที่จะเกษียณอายุ  ควรต้องเริ่มมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว จะให้ดีที่สุดคือ เริ่มตั้งแต่วันแรกที่มีงานทำ มีรายได้

    เวลาผ่านไปเร็วค่ะ วันที่เราสำเร็จการศึกษา สลัดชุดนิสิตนักศึกษาออก และเดินเข้าไปในที่ทำงานฐานะพนักงานใหม่ดูเหมือนจะเพิ่งผ่านไปไม่นาน หลับตายังนึกภาพออกชัดเจน ใครจะเชื่อว่าวันนั้นผ่านมา 30-40 ปีแล้ว

    เอาละค่ะ เข้าเรื่องเลย ถ้าไม่อยากแก่และจน สิ่งที่ต้องทำอันดับที่หนึ่งคือ ต้องออมเงิน ไม่ว่าจะมีรายได้มากน้อยเพียงใด สามารถออมเงินได้เสมอ เทคนิคการออมเงินง่ายๆคือ ตั้งนิยามเงินออมใหม่ โดยถือว่าเงินออมคือเงินที่กันเอาไว้ก่อน แล้วส่วนที่เหลือจึงนำไปใช้ รายได้วันละ 300 บาท พยายามออมวันละ 30 บาท ก็เป็นเศรษฐีเงินล้านได้เหมือนกันนะคะ

    ออมเดือนละ 900 บาท ได้ผลตอบแทน 4% ต่อปี ภายใน 40 ปี เงินจะงอกเงยเป็น 1,063,765 บาท และหากได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ภายใน 40 ปี เงินจะงอกเงยเป็น 1,373,418 บาท เราจึงไม่ควรหมิ่นเงินจำนวนน้อยๆที่เรามี

    อันดับที่สอง ต้องนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย และในการลงทุนนั้น ต้องอย่ากลัวความเสี่ยงมากจนเกินไป เราทราบอยู่แล้วว่าเงินที่จะเก็บเอาไว้ใช้ยามเกษียณนั้น เราจะไม่นำออกมาใช้เป็นอันขาด หากไม่จำเป็นแบบคอขาดบาดตาย ดังนั้นจึงเป็นเงินที่เราเก็บออมและสามารถลงทุนในระยะยาว จึงสามารถรับความเสี่ยงได้สูง

    ดิฉันกล่าวไปในงานสัมมนาประจำปีของ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)ว่า “การลงทุนในตลาดเงิน หรือกองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนโยบายลงทุนในตลาดเงิน หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)ตลาดเงิน ถือเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่ง” เพราะท่านได้ปล้นโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นไปจนหมด ด้วยความกลัวความผันผวนจนเกินเหตุ ท่านควรทราบว่า เงินที่ไม่ต้องการใช้ใน 20-30 ปีข้างหน้า สามารถรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น จึงไม่ควรจะเติบโตที่อัตราเพียง 1%

    ตัวอย่างการออมวันละ 30 บาทที่กล่าวไปแล้ว หากได้อัตราผลตอบแทนที่ 1% ภายใน 40 ปี แทนที่จะเห็นเงินล้าน ท่านจะเห็นเพียงเงินแสนเท่านั้น คือ หลังจากเก็บออมไป 40 ปี เงินจะงอกเงยขึ้นเป็น 530,902 บาทเท่านั้น และถ้าท่านไม่ได้รับผลตอบแทนเลย คืออาจจะเก็บเงินไว้ในกระป๋องที่บ้าน 40 ปีผ่านไป เงินที่เก็บเดือนละ 900 บาท จะรวมกันเป็น 432,000 บาท

    สิ่งที่ต้องทำ อันดับที่สามก็คือ เลือกการลงทุนแบบผสม การลงทุนเพื่อการเกษียณอายุที่เหมาะสมที่สุด คือการลงทุนที่จัดพอร์ตแบบผสมค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร การลงทุนแบบผสมจะช่วยนำพาท่านไปสู่เป้าหมายระยะยาวเพื่อการเกษียณได้ดีกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ

    ทีนี้ก็ถึงคำถามที่ว่า “ผสมอย่างไร” แนะนำง่ายๆคือ อายุน้อยก็ผสมแบบที่สามารถเติบโตได้เร็ว มีหุ้นทุนอยู่มากหน่อย 40-50% ของพอร์ต มีอสังหาริมทรัพย์บ้างสัก 10-20%  ผสมกับตราสารหนี้ 20-30% ที่เหลือไม่เกิน 10% อาจเป็นโภคภัณฑ์หรือการลงทุนทางเลือกอื่นๆ (แต่ปีนี้ไม่แนะนำให้ลงทุนนะคะ) และไม่จำเป็นต้องลงทุนในตลาดเงินเลย เว้นแต่จะอยู่ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมาก หรืออยู่ระหว่างเตรียมย้ายการลงทุนจากกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง

    หากอายุมาก ก็ผสมแบบการลงทุนที่เติบโตแบบมั่นคง ไม่ต้องโตเร็วมากนัก และก็ยังควรต้องมีหุ้นทุนอยู่ อย่างน้อยก็ 15-20% ในตลอดทุกช่วงอายุค่ะ

    อันดับที่สี่ ทบทวนการลงทุนเป็นระยะๆ เพื่อปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อประโยชน์ในการให้เงินเติบโต ให้เร็วที่สุด ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม การลงทุนระยะยาวในลักษณะนี้ เราจะไม่รีบร้อนผลีผลาม แต่เราก็ไม่ควรใจเย็นทิ้งการลงทุนไว้โดยไม่ปรับเปลี่ยน เพราะจะเสียโอกาสค่ะ

    เพียงเท่านี้ ท่านก็จะ”เกือบ”จะมั่นใจได้แล้วว่า แก่แล้วไม่จนแน่ๆ

    แต่ยังไม่จบ เพราะดิฉันจะบอกต่อไปว่า 1 ล้านบาทไม่เพียงพอต่อการเกษียณอายุงานแน่ๆค่ะ หากไม่มีเงินเฟ้อ และท่านไม่ได้ลงทุนอะไรต่อหลังเกษียณ หรือหากมีเงินเฟ้อและท่านลงทุนได้ผลตอบแทนเท่าอัตราเงินเฟ้อพอดี ถ้าท่านมีชีวิตอยู่จนถึง 85 ปี (300 เดือนหลังจากเกษียณ) ท่านที่มีเงิน 1 ล้านบาท จะมีเงินใช้เดือนละ 3,333 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการครองชีพขั้นต่ำด้วยซ้ำไป

    คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับอนาคตหลังเกษียณ อาจจะเป็นเพราะวางใจว่าอย่างไรลูกหลานก็จะเลี้ยงดู ซึ่งเป็นความคาดหวังที่ผิดมากๆ

    ดังนั้น ต้องคิดก่อนค่ะว่าท่านต้องการใช้เงินหลังเกษียณเป็นจำนวนเงินเดือนละเท่าไร แล้วจึงนำมาคำนวณว่า จะต้องออมเงินเดือนละเท่าใดในระหว่างที่ทำงานอยู่ เพื่อให้มีเงินเพียงพอที่จะใช้หลังเกษียณ

    จากตัวอย่างเดิม หากท่านคิดว่าต้องใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท หรือประมาณ 6 เท่าของ 3,333 บาท ท่านก็ต้องมีเงิน 6 เท่าของ 1 ล้าน คือประมาณ 6 ล้านบาทนั่นเอง

    แต่โลกเรามีอัตราเงินเฟ้อ และการลงทุนของท่านก็อาจให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน การคำนวณจึงยุ่งยากเล็กน้อย ท่านที่สนใจคำนวณว่าท่านต้องมีเงินจำนวนเท่าใดเมื่อท่านอายุครบเกษียณ จึงจะสามารถเลี้ยงดูตัวเองให้อยู่อย่างไม่ลำบากจนกว่าจะจากโลกนี้ไป สามารถดูจากตารางด้านล่าง หรือในเฟซบุ้คของดิฉันค่ะhttps://www.facebook.com/wiwan.tharahirunchote/posts/10208056094028472

    ตารางนี้เป็นอัตราจำนวนเงินที่ต้องออมเท่าๆกันทุกเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้ว รายได้ของเราจะสูงขึ้นตามประสบการณ์ที่เริ่มขึ้น ดังนั้น หากเราออมเพิ่มตามสัดส่วนของรายได้ จำนวนเงินที่ต้องออมต่อเดือนจะต่ำกว่านี้ค่ะ

    จากหนังสือ “Money Pro เงินทองต้องจัดการ” หากออมเดือนละ 1,000 บาท และออมเพิ่มทุกปี ปีละ 10% ด้วยอัตราผลตอบแทน 5%ต่อปี ในเวลา 40 ปี เงินจะกลายเป็น 9,424,949 บาท และถ้าอัตราผลตอบแทนเท่ากับ 10% เงินจะงอกเงยเป็น 20,788,872 บาท!!!!

    อ่านจบและทำตาม เวลาแก่แล้วไม่จนแน่นอนค่ะ
[/size]



ตอบกลับโพส