บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
-
Thai VI Article
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- กระทู้: 1243
- ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm
โพสต์
โดย Thai VI Article » พฤหัสฯ. ก.ย. 22, 2016 1:52 pm
ทำไมตลาดหุ้นเวียดนามถึงน่าสนใจ?
นักลงทุนส่วนมากอยากจะได้ผลตอบแทนสูงๆในระดับ 20-30% ต่อปี แต่การคาดหวังผลตอบแทนในการลงทุนในระดับสูงๆขนาดนั้นในระยะเวลาซัก 5-10 ปีข้างหน้า เราต้อง “เลือก” ตลาดหุ้นที่มีปัจจัยส่งเสริมให้มีการเติบโตในระยะยาวๆด้วย
เวียดนามเป็นประเทศที่ปัจจัยส่งเสริมมากมาย ตั้งแต่เศรษฐกิจที่กำลังจะถูกขับเคลื่อนโดยชนชั้นกลางที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Boston Consulting Group บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ได้ออกบทวิจัยในปี 2013 ว่า Middle and Affluent Class (MAC หรือ คนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ) ในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2020 ในขณะที่การเติบโตของ MAC ในประเทศไทยต่ำกว่าที่เวียดนามมาก (เวียดนาม 12.9% CAGR vs. ไทย 4.2% CAGR) ประชากรกลุ่มนี้ที่มากขึ้นหมายถึงกำลังซื้อที่มากขึ้นในทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อย่าง นม เนื้อสัตว์ เสื้อผ้า จนถึงของที่มีราคามากขึ้นอย่าง รถยนต์ และ อสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้เวียดนามยังเป็น Destination ของการลงทุนสำหรับบริษัทต่างชาติ ที่กำลังมองหาฐานการผลิตต้นทุนต่ำ และมีกำลังซื้อในประเทศรองรับ ค่าแรงที่ยังต่ำกว่าประเทศไทย 30% และประชากร 90 ล้านคนทำให้เวียดนามเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Samsung และบริษัทระดับโลกอีกมากมาย ทำให้วันนี้ยอดการส่งออกของเวียดนามแซงประเทศไทยไปแล้ว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก็เยอะไม่แพ้ประเทศไทย รถไฟฟ้า ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน ถนน ทางด่วน โรงไฟฟ้า (แต่แน่นอนว่าการลงทุนเยอะแบบนี้ทำให้หนี้ภาครัฐพุ่งกระฉูด ซึ่งผมจะพูดในตอนต่อๆไป)
ถ้าใครติดตามข่าวการเข้าไปซื้อกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยทั้งกลุ่ม Central และกลุ่ม ThaiBev (แน่นอนว่า CP ไปลงทุนที่เวียดนามมานานแล้ว ใครไปเดินตาม Supermarket จะเห็นสินค้าของ CP ขายอยู่เต็มตลาด) จะเห็นว่าเจ้าสัวทั้งหลายได้เข้าไปจับจองกิจการสำคัญๆของประเทศเวียดนาม ตั้งแต่ BIGC Vietnam, METRO (คล้าย MAKRO บ้านเรา), Nguyen Kim (ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม) รวมถึงการถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามอย่าง Vinamilk นอกจากนี้กองทุน Hedge Fund และ Private Equity Fund ระดับโลกทั้งหลายก็เข้าไปลงทุนในเวียดนาม เพราะทุกคนมองเห็นโอกาสในการเติบโตมหาศาลในประเทศเวียดนาม
แต่ตลาดเวียดนามก็อาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
วันนี้หุ้นเวียดนามยังมีราคาถูกมาก ถ้าเปรียบเทียบ Market Cap ของตลาดหุ้นต่อ GDP เวียดนามจะอยู่ที่ 35% ของ GDP ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 113% (SET รวมกับ MAI) แต่เหตุผลส่วนหนึ่งที่หุ้นยังถูกอยู่ เป็นเพราะกฏเกณฑ์ข้อบังคับจากตลาดหลักทรัพย์ ที่ไม่ค่อยยืดหยุ่น (เช่น ไม่สามารถทำ Net Settlement ในการซื้อขายระหว่างวันได้) แต่ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ตัวอย่างเช่นเรื่อง Foreign Limit ที่เมื่อก่อนถูกจำกัดไว้ที่ 49% แต่ช่วงปีที่ผ่านมามีบริษัทใหญ่ๆหลายบริษัทเริ่มเปิดให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้แล้ว หุ้น Vinamilk (VNM) ก็เป็นหนึ่งในนั้น
อย่างไรก็ตามอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หุ้นเวียดนามยังถูกอยู่ก็มาจากความเสี่ยง และ การเข้าถึงข้อมูลที่ยังทำได้ยากกว่าตลาดหุ้นในประเทศอื่น อยากรู้ว่ามันคืออะไรติดตามได้ในบทความหน้าครับ