หน้า 1 จากทั้งหมด 1
โพสต์แล้ว: เสาร์ ธ.ค. 27, 2003 3:37 pm
โดย Blue_Cupid
หาซื้อได้ที่ไหนครับ ช่วยบอกหน่อยครับ
โพสต์แล้ว: อังคาร ธ.ค. 30, 2003 8:44 am
โดย Dookdig&Daddy
หน้าปกคลาสสิกเจงๆ สุนทราภรณ์เรียกพี่ อิอิ
โพสต์แล้ว: อังคาร ธ.ค. 30, 2003 9:47 am
โดย guest
ได้เล่มสุดท้ายมาเหมือนกันค่ะ ไม่อยากเชื่อเลย คนจะซื้อกันมากขนาดนี้
โพสต์แล้ว: พุธ ธ.ค. 31, 2003 3:09 pm
โดย WEB
LOT ใหม่คงจะเข้ามาที่ SE-ED อีก วันสองวันนี้ครับ เมื่อคืนผมเห็นที่ดอกหญ้า THE MALL งามวงศ์วานเหลือสองเล่มครับ หนังสือเล่มนี้ต้องพิมพ์ซ้ำหลังจากวางขายได้เพียง 3 วันครับ ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยอุดหนุนครับ โชคดีปีใหม่ครับ
โพสต์แล้ว: พุธ ธ.ค. 31, 2003 3:40 pm
โดย WEB
อ้อ ขออนุญาตเตือนคุณ MANIT ด้วยความเคารพครับว่า อย่าอ่านเกิน 2 รอบ มิฉะนั้น คุณอาจจะหันมาดื่มCOKE วันละ 3 - 4 กระป๋อง และมีหุ่นเหมือน WARREN ได้ ตอน WARREN ถูกถามถึงความสำคัญของ SELF DISCIPLINE ในการลงทุน WARREN ตอบว่า " ผมคงจะสามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้ หากผมหนักน้อยกว่านี้สัก 20 ปอนด์ " สำหรับผม ผมอ่านไปแล้ว 7 รอบ ติด COKE งอมแงม และรูปร่างผมก็ถอดพิมพ์ WARREN มาเลยครับ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 01, 2004 10:34 pm
โดย 007-007
หุ้นเมืองไทย มีศักยภาพ พอ ถึงขนาดฝ่าวิกฤต ขึ้นมาได้หรือ
มองดูไป ก็ไม่ค่อยจะมั่นใจ ซะเท่าไหร่
และการได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืน
ก็ยิ่งหายาก
ประเทศไทยเราไม่ค่อยเหมือน อเมริกา
ที่มีขนาดธุรกิจขนาด mega และ เทคโนโลยี่
นวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา
เพราะฉะนั้น การลงทุน แบบ บัฟเฟต น่าจะยาก ถึงยากมาก
โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 03, 2004 10:44 am
โดย WEB
ผมเห็นที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯสยามประมาณ 10 เล่ม และที่ SE-ED CENTRAL บางนา 3 เล่มครับ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 04, 2004 12:17 pm
โดย WEB
สำหรับคำถามที่ว่า เราจะสามารถนำหลักการของวอร์เรนมาใช้ในเมืองไทยได้หรือไม่ ? คงจะขึ้นอยู่กับความเห็นของแต่ละคน แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเราสามารถนำมาใช้ได้ เพียงแต่เราอาจจะต้องประยุกต์บ้าง อย่างในกรณีที่วอร์เรนเคยกล่าวไว้ว่า เขาชอบซื้อหุ้นตอนมีข่าวร้าย ซึ่งข่าวร้ายนั้นบางครั้งก็เกิดกับทั้งตลาด บางครั้งก็เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ และบางครั้งก็เกิดขึ้นกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คนที่ใช้หลักการตรงนี้(และหลักการเกี่ยวกับการประเมินค่าหุ้น)มาลงทุนอาจจะได้ซื้อ SSC ที่ 73 บาท ( PAR 10 ) EGCOMP ที่ 24 บาท BANPU ที่ 17 บาท ในปี 2000 ซึ่งตอนนั้นทั้งตลาดเต็มไปด้วยข่าวร้าย ขณะที่ในปี 2002 เขาอาจจะได้ซื้อ ADVANCE ที่ 29 บาท SHIN ที่ 10 บาท และ SATTEL ที่ 10 บาท ตอนที่อุตสาหกรรมสื่อสารเต็มไปด้วยข่าวร้าย และในปี 2001 เขาอาจจะได้ซื้อ GRAMMY ที่ 69 บาท ( PAR 10 ) ในตอนที่แกรมมี่ประสบผลขาดทุนจำนวนมากที่ไต้หวัน จะว่าไปแล้วการซื้อหุ้นเมื่อมีข่าวร้าย ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร MCNEEL ได้เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือชื่อ BEATING THE STOCK MARKET ตั้งแต่ปี 1921 แล้ว ( เก่ากว่า BENJAMIN GRAHAM เสียอีก) จริง ๆ แล้วยังมีตัวอย่างอีก แต่ผมขอยกตัวอย่างแค่นี้ก่อนครับ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 04, 2004 2:39 pm
โดย WEB
ส่วนที่ว่า ตลาดขึ้นมามากแล้ว ทำให้ใช้หลักการของ WARREN ได้ยากขึ้น ก็มีส่วนจริงครับ แต่ชีวิตการเป็นนักลงทุนต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โลกเราทุกวันนี้ ถ้ารอให้เหตุการณ์เกิดก่อน แล้วค่อยมาศึกษา มันจะไม่ทันครับ การศึกษามาก่อนทำให้เราสามารถ TAKE ACTION ได้อย่างฉับไวและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เปรียบเสมือนว่า เรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารร่วมกับคนจำนวนมาก พออาหารมาเสริฟ เราไม่ต้องมานั่งดูครับว่า นั่นเนื้ออะไร นั่นผักอะไร ( เราศึกษามาแล้ว ) เพราะหากเป็นอย่างนั้น กว่าเราจะรู้ กว่าเราจะ CLEAR อาหารคงหมดพอดีครับ
ไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลย้อนหลังสิบปีได้ที่ไหน
โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 05, 2004 8:00 pm
โดย tanakorn.t
ผมเป็นอีกคนที่ได้อ่าน New Buffettopology แล้วชอบมากๆ แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลย้อนหลังสิบปีได้ที่ไหน ใครทราบช่วยบอกหน่อย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 09, 2004 6:52 pm
โดย ยังไม่รู้จะชื่ออะไรดี
ตอนนี้มีวางขายทั่วไปแล้วค่ะ วันนี้เห็นที่ SE-ED โลตัสหลักสี่หลายเล่มเลยทีเดียวค่ะ

โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 10, 2004 10:45 am
โดย CASIO
ครับ หลักการ ในหนังสือดีครับ
แต่การหาหุ้น ในภาวะกระทิงเปลี่ยว แบบนี้ หายากมาก
ถึงหาได้ ยามเปลี่ยนเป็นตลาดหมี ก็จะตกมากเช่นกัน
การที่จะซื้อ หุ้น แบบ buffet เมื่อเจอแล้ว
อย่าลืม ข้อหนึ่งที่สำคัญ คือ timing ครับ
ถึงแม้หุ้นจะดี แต่ต้นทุนจะสูง บางครั้งหลังจากซื้อแล้ว
เมื่อเป็นตลาดหมี หุ้นอาจจะตก ไปถึง 50%
ในยามนี้ ถ้าตลาดยังพุ่งแรงอย่างปี ก่อน
Momentum Strategy น่าจะให้ผลตอบแทนสูงสุด
จุดเด่นของ buffet ที่นักลงทุนทั่วไปขาดมากๆ คือ
" ความอดทนที่จะรอ ทั้งตอนซื้อ และตอนขายครับ"
โดยเฉพาะมือใหม่ๆ ซึ่งผมก็เคยเป็น จากที่เคยอ่านหนังสือ
พวก technical คิดว่ามันง่ายดีนะ ลุยเลย
ก็เจ็บตัวครับ
ผมก็แค่ให้ข้อคิดครับ เพราะบางท่านอ่านจบ
แล้วร้อนวิชา ตลุยซื้อเลย
ก็ขอติงผู้แปลนิดครับว่า timing ในการออกหนังสือ
ถึงแม้จะดีในแง่การตลาด เพราะคนกำลังเห่อหุ้น
แต่ในแง่การลงทุนอาจมีผู้ ที่ได้รับผลกระทบได้ พอควร
ไม่เหมือน timing ของ หนังสือตีแตก ครับ
ตอนที่ออกมา ตลาดหมีเต็มที่ และ value stocks
เต็มไปหมด เลยมีเศรษฐี เกิดมากมายครับ ช่วงแรกๆ
ยอดขายไม่มาก แต่เมื่อหลายคน พิสูจน์แล้วว่า work
ยอดพิมพ์ซ้ำ จึงมากมาย
ลงทุนอย่าง warren buffet
โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 10, 2004 2:20 pm
โดย scorpio
เห็นเมื่อวานนี้ เล่มนี้มีที่ se-ed สาขา lotus มีนบุรี (หากคุณที่หาไม่ได้อยู่แถวนี้)