เพราะสายสัมพันธ์ "ประวิทย์" ดึงแกรมมี่ฯ ร่วมวง "อากู๋" ปากหวาน ช่อง 3 ใครทำก็รวย
โดย ผู้จัดการออนไลน์
เป็นการเปลี่ยนแปลงอีกก้าวหนึ่งของวงการทีวีที่น่าจับตามองทีเดียวกับการร่วมมือกันระหวางค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่างแกรมมี่ฯ กับทางช่อง 3 ที่ได้มีการประกาศเปิดตัวเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยทางแกรมมี่ฯ เองจะเข้ามาผลิตรายการ เกมส์โชว์ รวมทั้งละครต่างๆ ให้กับทางช่อง 3 ในรูปแบบของ "จอยท์ เวนเจอร์"
ประวิทย์บอกดึงแกรมมี่ฯ เพราะสัมพันธ์ที่ยาวนาน
นายประวิทย์ มาลีนนท์ บิ๊กบอสของช่อง 3 กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมานั้นช่อง 3 กับทางแกรมมี่ฯ ได้มีการพูดจากันมาโดยตลอดเป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว ทว่ายังไม่มีโอกาสที่เหมาะสม กระทั่งการออกไปของต๋อย ไตรภพ นั่นเองที่ทำให้โอกาสดังกล่าวนั้นเกิดขึ้น
"เรื่องนี้มันเริ่มต้นจาการที่เราก็ทราบๆ กันอยู่ว่า คุณไตรภพซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นผู้ผลิตให้ช่อง 3 แต่ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ คุณไตรภพได้ตัดสินใจไปเพิ่มบทบาทให้กับตัวเองเป็นผู้บริหารไอทีวี ซึ่งก็เป็นเรื่องราวของคุณไตรภพที่เราไม่สามารถตัดสินอะไรได้ แต่ที่เกี่ยวข้องกับเราก็คือรายการต่างๆ 4 ชั่วโมง 45 นาทีที่คุณไตรภพมีอยู่จะทำถึงเดือนมีนาคมนี้ มันก็เลยมาเกี่ยวข้องกับเราว่า ถ้าเราหยุดเวลาต่างๆ ก็จะว่างลง ก่อนหน้านี้มีคำถามจากเพื่อนๆ สื่อมวลชนที่ห่วงใยถามไถ่มาเหลือเกินว่าเราจะทำอะไรต่อและใครจะมาแทนคุณต๋อย ไตรภพ ซึ่งวันนี้เราก็ได้มีคำตอบให้แล้ว"
"คือผมกับคุณไพบูลย์รู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ที่ผ่านมาเราก็มีการพูดคุยกันว่าเมื่อไหร่จะได้มาร่วมงานกันอย่างไร หลังจากนั้นก็คุยกันมาโดยตลอดแต่ไม่มีโอกาสร่วมงานกันซักที บางครั้งเราพร้อมแต่ทางคุณไพบูลย์ไม่พร้อม บางครั้งคุณไพบูลย์ไม่พร้อมแต่เราพร้อมเป็นแบบนี้มาทุกปี ปีนี้ก็บอกคุณไพบูลย์เหมือนกันว่าไม่มีเวลาให้ แต่พอดีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น นั่นก็คือคุณไตรภพคืนเวลาให้ เราก็เลยได้โอกาสนี้มา เลยตัดสินใจให้แกรมมี่เข้ามาร่วมทำงาน ทั้งนี้เพราะแกรมมี่เป็นบริษัทที่เข้มแข็งมาก มีจุดเด่นที่ชัดเจนคือมีศิลปินในมือนับร้อยๆ คน และเค้าก็ทำรายการมาหลายรายการแล้วทั้งวาไรตี้ เกมส์โชว์และทำละครด้วย เราก็เลยเอาเวลาทั้งหมดยกให้ทางแกรมมี่"
ยันไม่ได้แกล้งอาร์เอสฯ
นายใหญ่ช่อง 3 กล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมามีมากมายหลายบริษัทที่อยากจะเข้ามาทำกิจกรรมด้วยแต่เป็นแกรมมี่ฯ ที่ทางช่องเองพิจารณาแล้วว่าน่าจะลงตัวมากที่สุด ส่วนคำถามที่ว่าก่อนหน้านั้นทางอาร์เอสเองก็ได้เข้ามามีบทบาทกับทางช่อง 3 เป็นอย่างมากทำไมหวยจึงไปออกที่แกรมมี่ฯ (ซ้ำเวลาของอาร์เอสที่ช่อง 3 ยังลดน้อยลงไปอีกต่างหาก) เรื่องนี้นายประวิทย์แจงว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม
"เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกับทางอาร์เอส ส่วนรายการของอาร์เอสที่น้อยลงก็เป็นเพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากการปรับผังซึ่งเป็นเรื่องปกติของทุกปี แต่เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน อาร์เอสเองก็มีการเสนอรายการเข้ามาตลอด แต่พอเกิดกรณีคุณไตรภพขึ้น ผมผูกพันธ์กับแกรมมี่มานานก็เลยยกเวลาให้เค้า ซึ่งในอนาคตก็อาจจะมีการเพิ่มเวลาให้กับอาร์เอสก็ได้ "
"ทางเวิร์คพอยส์ ของคุณปัญญาก็เสนอรายการมาให้ผมเหมือนกัน เพราะผมเองก็ไม่ได้ปิดกั้นใคร แต่ตอนหลังๆ คุณปัญญาไม่ค่อยมีอะไรมาเสนอซักเท่าไหร่ มีแต่รายการโคกคูนตระกูลไข่ที่เค้าทำอยู่เท่านั้น ส่วนที่หลายคนมองว่าการเลือกแกรมมี่เข้ามาทำให้แกรมมี่กลายเป็นค่ายที่ครอบครองเวลาของช่อง 3 มากที่สุดในตอนนี้จริงๆ มันไม่เสมอไปหรอก เมื่อก่อนทีวีธันเดอร์ก็เคยได้เวลาเท่าๆ นี้เหมือนกัน แต่ตอนนั้นจะเป็นเวลาในช่วงกลางวันมากกว่า"
เอาใจสุดๆ ทำรายการห่วยก็ยังไม่ปลด
นายประวิทย์กล่าวต่อไปว่าทางช่อง 3 เอง ยังคงใช้วิธีการพิจารณารายการของสถานีเช่นเดิมคือรายการไหนห่วยก็มีสิทธิ์ถูกปลด แต่สำหรับแกรมมี่ฯ นายใหญ่ช่อง 3 ขอเอาใจเป็นกรณีพิเศษ ปลดแล้วก็ทำใหม่ได้ เพราะถือว่าเป็นมือใหม่ ส่วนเรื่องการจะร่วมทุนกันหรือไม่นั้นยังต้องพิจารณาก่อน
"การร่วมทุนตอนนี้คงยัง แต่ก็เป็นแนวคิดของเราซึ่งยังไม่รู้จะออกมาในรูปแบบไหน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเราด้วย ในส่วนของรายละเอียดยังไม่ได้มีการพูดคุยกันแต่ในอนาคตอาจจะมีตรงนี้เกิดขึ้น แต่อาจจะต้องรอดูก่อนว่ารายการที่เค้าผลิตออกมานั้นเป็นยังไงบ้าง แล้วค่อยมาคุยกันอีกที วิธีการพิจารณารายการของเราก็ยังเหมือนเดิมคือถ้ารายการไหนไม่ดีก็ถูกปลดออก ถ้ารายการดีก็อยู่ต่อ"
"แต่สำหรับแกรมมี่เราอาจจะเอาออกไปชั่วคราว แล้วให้เค้าทำรายการใหม่มาเสนอ เป็นเพราะว่าเค้ายังใหม่และการที่จะเริ่มงานทันทีภายในสองเดือนมันเป็นเรื่องยาก ก็เลยต้องให้เวลาเค้านิดนึงในการปรับตัวจูนเข้าหากัน ให้เวลาเค้าหน่อย ไม่ใช่อะไรก็จะตัดออกหมด เผื่อในอนาคตจะได้มีการร่วมกันทำงานยาวขึ้น แต่ผมคาดหวังว่าแกรมมี่ทำได้แน่นอนเพราะอย่างที่บอกว่าเค้ามีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ซึ่งเค้าก็เคยผลิตมาแล้วทั้งรายการวาไรตี้ เกมส์โชว์ และละคร ส่วนในอนาคตจะทำรายได้มากแค่ไหนคงต้องดูอีกที"
เตรียมเข้มกฏรายการของช่อง 3 ต้องอยู่กับช่อง 3
เหตุกรณีพิธีกรชื่อดังของตนเองลาออกแถมยกรายการของตัวเองไปลงช่องอื่นด้วยทำให้นายใหญ่ของช่อง 3 ต้องออกกฏใหม่ว่าต่อไปนี้ ผู้จัดเจ้าใดจะออกไปจากช่อง 3 ก็ได้ เพียงแต่รายการหรือดาราที่เกิดกับช่อง 3 ก็ต้องอยู่กับช่อง 3 เท่านั้น ส่วนวิธีการแก้ปัญหานี้ด้วยการเข้าไปร่วมทุนกับผู้จัดเจ้าอื่นๆ เลยหรือไม่นั้นนายประวิทย์บอกว่าข้อนี้ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัว
"ตอนนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันมากขึ้นกับผู้จัดถึงเรื่องที่รายการของช่อง 3 ว่าไม่ให้เอาไปใช้ที่ช่องอื่น จริงๆ ก็มีการพูดคุยกันมาตลอดแต่เป็นการพูดคุยกันแบบหลวมๆ ต่อไปคงต้องพูดให้ชัดเจนขึ้น ต้องขอความร่วมมือต้องคุยกันหน่อย ไม่งั้นเราจะกลายเป็นแค่โรงเรียนฝึกคน มันก็เหมือนกับเรามีรายการอยู่รายการหนึ่ง มีดารมีพิธีกรที่เราเป็นคนสร้างขึ้นมาใหม่ แต่อยู่ๆ ก็มาฉุดลากของเราไป"
"แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไปห้ามอะไรเค้ามากมาย คือไปได้แต่ 1.ต้องเข้ามาขออนุญาต 2. ถ้าเราไม่มีโอกาสหรือไม่มีเวลาให้เค้าก็ต้องปล่อยเค้าไปทำช่องอื่น เราไม่ได้ไปจำกัดเค้า แต่เป็นข้อตกลงที่สร้างขึ้นมานานแล้ว แต่ต่อไปนี้คงต้องเอามาใช้อย่างจริงจัง ถ้าเค้าจะไม่ทำก็ต้องว่ากันไปตามเรื่องขึ้นอยู่กับแต่ละเคส ส่วนเรื่องที่จะไปร่วมทุนกับผู้จัดเลยนั้น ไม่แน่นอนเพราะเราไม่เคยมีนโยบายร่วมทุนกับผู้จัด"
"อากู๋" บอก เป็นข่าวดีรับวันตรุษจีน
หลังจากบรรลุข้อตกลงในการทำงานร่วมกับทางช่อง 3 แล้ว ทางด้านนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม บอสใหญ่ของแกรมมี่ฯ ก็ได้เปิดเผยว่าการประกาศเปิดตัวกันในครั้งนี้ถือว่าเป็นข่าวดีต้อนรับตรุษจีนของตนเองเลยทีเดียว "ก่อนอื่นต้องบอกว่านี่เป็นข่าวดีก่อนตรุษจีน ผมกับคุณประวิทย์รู้จักกันมา 20 - 30 ปีแล้ว และเมื่อสิบปีที่ผ่านมาเราก็มีโอกาสร่วมงานกันแต่มันก็ผ่านไปเรื่อยๆ แต่ก็มีการเจอกันและมีบางครั้งที่คุณประวิทย์มักจะพูดว่า เออรายการนี้ รายการนั้นของคุณน่าจะอยู่กับผมนะ ถ้าอยู่กับผมน่าจะดังทะลุฟ้าไปแล้ว ซึ่งก็โชคที่ทางช่องมีเวลาว่าง ช่อง 3 เป็นเหมือนเก้าอี้ดนตรีพอมีใครลุกออกก็มีคนนั่งทันที"
"สำหรับ 4 ชั่วโมง 45 นาทีถือว่าเป็นเวลาเบ้อเร่อสำหรับผลิตรายการ ซึ่งที่ผ่านมาคุณบอย ถกลเกียรติก็ได้มาโชว์ฝีมือในช่อง 3 กันบ้างแล้ว ต่อไปคุณฉอดก็จะได้โชว์ในส่วนของการผลิตรายการโทรทัศน์กันบ้าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้แสดงผลงาน และจะทำให้เต็มที่"
ยันถ้าไม่ดี ถึงพ่อทำ ก็ต้องถอด
ประธานบริษัทแกรมมี่เปิดเผยต่อไปว่าอีกประมาณ 2-3 เดือนทุกอย่างนี่าจะเข้าที่ทั้งหมด ซึ่งตอนนั้นจะมีการแถลงข่าวอีกที พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าจะต้องทำได้ดีกว่าคนเก่าอย่างแน่นอน
"ต่อไปหัวใจของคนทำงานโปรดักชั่นเฮ้าส์อย่างเรา ก็ต้องคิดมากขึ้นว่าจะทำไงให้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าที่จะเป็นผู้เช่า ทำไงให้มีความสัมพันธ์กันมากขึ้น ให้ผูกพันธ์ลึกซึ้งกัน ทางสถานีเองก็จะนึกถึงว่าทำไงให้ผู้คนที่มาก่อเกิดช่วงเวลานี้อยู่กับเค้าไปได้ เป็นพันธมิตรกันต่อไป วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณคุณประวิทย์และผู้บริหารช่อง 3 ที่เปิดโอกาสให้เราได้ไปทำงานร่วมกัน และผมก็ยังยืนยันกติกาคือถ้าทำรายการไม่ดีก็ต้องถูกถอด หรือมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ต่อให้เป็นรายการของพ่อเราแต่ถ้าทำไม่ดีก็ต้องโดนถอด รายการที่ดีเท่านั้นถึงจะอยู่ได้"
"ผมว่า 2-3 เดือน น่าจะได้รู้กำหนดชื่อรายการแล้วแต่ยังไม่บอกตอนนี้ ต้องรอแถลงข่าว แล้วเราเป็นผู้มาใหม่ต้องพยายามให้ดีกว่าคุณไตรภพที่ได้สัดส่วน 3% จากรายได้ทั้งหมด คือทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในรูปจอยท์ เวนเจอร์ แล้วอยู่ในพาร์มไทม์หมด แต่มันก็ไม่ได้เป็นกติกาว่าต้องเป็นจอยท์ เวนเจอร์ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละช่องที่มีความเห็นร่วมกันด้วย"
"อันนี้เป็นการผูกพันระยะยาวมากกว่าเป็นเงื่อนไขต่อรอง เป็นพันธมิตรที่ถาวรน่าจะทำให้เกิดการลงทุนระยะยาวได้ สามารถทำรายการขาดทุนใน 1-2 ปีได้ แล้วค่อยเปลี่ยน เรากล้าลงทุน กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมากกว่าเดิม ไม่ใช่ลุ้นๆ กันอยู่ 3 -6 เดือนไม่ได้ รายการไม่ดีถอดออกไปแต่ก็เป็นผมทำอยู่ก็เปลี่ยนคนที่เก่งขึ้นมาแก้ไข"
ปากหวานช่อง 3 ใครมาทำก็รวย
นายไพบูลย์ บอกต่อไปว่าโดยหลักทางธุรกิจแล้วไม่มีอะไรดีไปกว่าความมั่นคง เพราะฉะนั้นตนเองพร้อมเสมอที่จะร่วมทุนด้วยกับทางช่อง 3 อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมปากหวานที่นี่ใครมาทำก็รวย
"ทางช่อง 3 ก็ไม่ได้ห้ามเราไปทำรายการให้ช่องอื่นอะไร แต่เป็นการต้องการทั้งสองฝ่ายไม่ได้ห้ามปรามที่จะทำรายการตัวใหม่ก็ต้องไปร่วมทุนใหม่ แต่อันนี้ร่วมทุนกับช่อง 3 ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับช่อง 3 ถ้าทางช่อง 3 จะเพิ่มเวลาให้เราก็เพิ่มได้ การร่วมทุนแล้วแต่ละช่องว่าเค้ามีนโยบายอย่างไร มันให้ความสบายใจ มั่นคง ความมั่นคงคือปรัชญาที่เราคิดอยู่ ถ้าช่องอื่นให้ความมั่นใจร่วมกันก็ไม่มีอะไรขัดข้อง ทางคุณประวิทย์ใจกว้างพอที่เราจะเปิดได้ ต่อไปมีคบค้ากันแล้วพอใจอาจจะมีอะไรพิเศษขึ้นมาก็เป็นขั้นๆ ไป ตอนนี้ธุรกิจมันกำลังเคลื่อนไหว"
"เรื่องจดทะเบียนกำลังจะทำ ทำแป็บเดียว มันอยู่ที่รายละเอียดไม่ยาก ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเป็นเมื่อไรว่าบริษัทร่วมทุนจะเสร็จ มอบเวลามาให้เราทำผมก็ทำรายการไป ส่วนกติการ่วมทุนหลังจากนั้นก็ได้ แต่เรามีความคิดน่าจะทำน่าจะดีทั้งสองฝ่าย เป็นประโยชน์ต่อกันซึ่งเป็นนวกรรมใหม่ของการทำงาน"
"รายละเอียดของรายการที่ได้มา ปกติถ้าเป็นเพลงก็ 20 ชั่วโมง ถ้าเป็นรายการนันมิวสิคก็สัก 10 กว่าชั่วโมง เยอะครับ รายได้ก็จะเยอะขึ้นอีกเยอะ ช่อง 3 เป็นช่องที่มีศักยภาพอยู่แล้ว คนไปทำรวยทุกคน รายได้ที่ผ่านมาของมีเดีย 400 กว่าล้าน เราคงพยายาม ตรงนั้นคุณไตรภพเค้าทำไว้ดีอยู่แล้วเรตติ้งสูงก็เป็นสิ่งที่คนใหม่เข้ามาก็ต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเก่า"
ฟุ้งปีนี้แกรมมี่ฯ รายได้ฉลุยทั้งวิทยุ - โทรทัศน์
บอสใหญ่ของแกรมมี่กล่าวต่อไปว่าปีนี้เป็นปีที่แกรมมี่มีอะไรที่ดีๆ หลายๆ อย่าง เพราะที่ผ่านมาทั้งรายการโทรทัศน์เอง หรือรายการวิทยุเองต่างก็มีความเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
"คือเรามีรายการเพิ่มที่ช่อง 5 , ช่อง 9 แล้วมีแนวโน้มจะเพิ่มจากช่อง 7 ค่อนข้างแน่นอนคือคุณเบิร์ดจะเข้าไปทำรายการเด็กในช่วงเวลาพาร์มไทม์ และเราได้รายการ 4 ชั่วโมง 45 นาที จากช่อง 3 เพราะฉะนั้นเชื่อว่ารายได้ทีวีของจีเอ็มเอ็มมีเดียมากกว่าเท่าตัวของปีที่แล้ว มันมีอะไรรายการมากขึ้น เศรษฐกิจก็ดีขึ้น"
"ทางด้านวิทยุพี่ฉอดก็ได้เพิ่มมา 1 สถานี 94.5 ฉะนั้นทางด้านวิทยุ ก็คงมีรายได้ แล้วอาทิตย์นี้เราจะได้รู้ว่าอาจได้เพิ่มอีก 1 คลื่น เลยค่อนข้างมั่นใจว่าปีนี้จีเอ็มเอ็มมีเดียน่าจะมีรายได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน แต่ไม่ขอบอกว่า ได้เท่าไหร่ จากโอกาสที่เราได้มาทั้งทีวี วิทยุเยอะมาก โดยเฉพาะทีวีได้มาเยอะกว่าเท่าตัว อย่างช่อง 3 มีชั่วโมงดียว เราเพิ่มอีก 4 ชั่วโมง 45 นาที ถ้าคุณประวิทย์ใจดีคุยๆ กันอยู่ แล้วมันอยู่ที่เราเสนอรายการ ช่อง 7 เราก็ได้เพิ่มอยู่ที่เราเสนอ กำลังเตรียมโปรเจ็กต์ที่จะเสนออยู่ เค้าให้มาแล้วเยอะแยะ"
"ส่วนช่อง 5 ก็ได้เวลาเพิ่มมาเยอะมาก แต่ผมจำไม่ได้ เรามีเวลาตอนกลางวันทุกวัน 1 ชั่วโมง แล้วกลางคืนทุกวันเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง ช่อง 9 กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มกันอยู่ หนังสือก็จะมีเพิ่ม เพราะฉะนั้นในสามสื่อตัวเลขค่อนข้างน่าสนใจ การร่วมทุนกับช่องสามตอนนี้ยังต้องเป็นสเต็ปไป ถ้าเราทำดีก็แล้วแต่ผู้บริหาร มันเป็นเรื่องของอนาคต ทุกคนต้องการความมั่นคง บริษัทจอยท์ เวนเจอร์สร้างความมั่นคงทั้งสองฝ่าย"
ลูกทัพประกาศพร้อมลุย
ด้าน "บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ" จากเอ็กแซกท์ ซึ่งเป็นหัวหอกที่แกรมมี่จะส่งเข้าไปทำกับทางช่อง 3 บอกว่าในตอนนี้ทุกอย่างกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุย และเลือกสรรอยู่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหนถึงจะดีที่สุด คงต้องรออีกซักพักถึงจะเปิดเผยรายละเอียดได้ เช่นเดียวกับทางเข้าแม่ของวงการวิทยุ "ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา" ที่จะได้โอกาสลงมาลุยงานทางด้านทีวีบ้าง บอกว่าในการทำรายการนั้นคงต้องมีการคัดสรรกันอย่างดี รวมทั้งก็คงต้องมีการปรึกษากับทางเจ้าของบ้านด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าทางแกรมมี่จะทำละครเย็นรวมทั้งละครซิทคอมป้อนช่อง 3 ในวันเสาร์-อาทิตย์แทนช่วงเวลาเกมส์เศรษฐีแต่เพียงผู้เดียวนั้นเจ้าตัวบอกว่าต้องดูความเหมาะสมอีกที
"ตอนนี้เราก็เตรียมงานรวมทั้งทำรายการออกมาเทสต์แล้ว เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงก่อนที่จะออกอากาศจริง ซึ่งเรากำลังเลือกรูปแบบหลายการหลายๆ รูปแบบอยู่ว่าน่าจะเป็นแบบไหนดี คงต้องปรึกษากับคุณประวิทย์และช่อง 3 อีกที และตอนนี้ก็ใกล้ความเป็นจริงแล้ว ในเร็ววันนี้จะแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง"
"สำหรับเรื่องรายการที่คิดๆ ไว้มีทั้ง ละคร วาไรตี้ เกมส์โชว์ ซึ่งเราอาจจะทำเป็นวาไรตี้ยาวๆ แบบทไวไลท์โชว์ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ว่าจะพิจารณาเลือกอันไหน ในส่วนของคุณบอยตอนนี้ก็มีการติดต่อซื้อรายการของเมืองนอกอยู่ แต่ยังไม่แน่ว่าจะได้เอามาออกอากาศไหม ส่วนละครซิทคอมคุณบอยก็เสนอมาเพราะเป็นสิ่งที่คุณบอยถนัดอยู่แล้ว"