ผมอยากให้พี่ๆน้องๆได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้โดยทั่วกันครับ
ปกติเวลาลงทุนในหุ้น ผมไม่ค่อยกลัวเวลาลงทุนผิดราคา แต่กลัวลงทุนผิดบริษัท
ไม่ได้หมายความว่าผมซื้อทุกราคานะครับ ก่อนซื้อก็รอบ้าง แต่ซื้อผิดราคา แก้ง่าย เช่น ซื้อเฉลี่ย หรือ รอ เพราะเดี๋ยวราคามันก็กลับมาเอง เมื่อผลดำเนินงานมันดีขึ้น แต่ซื้อผิดบริษัท ตอนท้ายก็ขาดทุนยับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัดใจขายทิ้ง หรือ เจ้าของตัดใจล้มละลายก่อน
ก็เพื่อเป็นกำลังใจ Buffet ก็เคยซื้อหุ้นแล้วหุ้นตกไปมากมาย
จริงๆแล้วช่วงนี้ ลองหาเวลาไปอ่านหนังสือการลงทุนเพิ่มซิครับ ก็อาจจะช่วยให้เรารู้จุดอ่อนอยู่ตรงไหน
แต่จริงๆ การลงทุนทางตรงในตลาดหุ้นนั้น ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคนนะครับ เราสามารถลงทุนผ่านกองทุน แล้วใช้เวลาเราไปหามูลค่าเพิ่มทางอื่นดีกว่า
ไม่ได้หมายความว่าผมซื้อทุกราคานะครับ ก่อนซื้อก็รอบ้าง แต่ซื้อผิดราคา แก้ง่าย เช่น ซื้อเฉลี่ย หรือ รอ เพราะเดี๋ยวราคามันก็กลับมาเอง เมื่อผลดำเนินงานมันดีขึ้น แต่ซื้อผิดบริษัท ตอนท้ายก็ขาดทุนยับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัดใจขายทิ้ง หรือ เจ้าของตัดใจล้มละลายก่อน
ก็เพื่อเป็นกำลังใจ Buffet ก็เคยซื้อหุ้นแล้วหุ้นตกไปมากมาย
จริงๆแล้วช่วงนี้ ลองหาเวลาไปอ่านหนังสือการลงทุนเพิ่มซิครับ ก็อาจจะช่วยให้เรารู้จุดอ่อนอยู่ตรงไหน
แต่จริงๆ การลงทุนทางตรงในตลาดหุ้นนั้น ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคนนะครับ เราสามารถลงทุนผ่านกองทุน แล้วใช้เวลาเราไปหามูลค่าเพิ่มทางอื่นดีกว่า
กลต. กับตลาดหลักทรัพย์ควรเข้าควบคุมการทำชอร์ตเซลของนักลงทุนต่างประเทศ โดยวัตถุประสงค์ของการทำชอร์ตเซลคือ การควบคุมไม่ให้หุ้นขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน แต่ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาตินำการชอร์ตเซล ร่วมกับการปั่นหุ้นมาเพื่อทุบหุ้นและปั่นหุ้นพร้อมกัน และทำให้หุ้นผันผวน ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน และทำให้ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แทนที่จะมีความเสี่ยงลดลง
ใน 3-4 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติกลุ่มหนึ่งเข้ามาทำชอร์ตเซลผ่านกองทุนต่างประเทศและในประเทศ แต่สภาวะเศรษฐกิจดีทำให้นักลงทุนกลุ่มนั้นขาดทุนเป็นพันล้านบาท ตอนนี้นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวได้ทำเช่นเดิม และอาศัยภาวะไข้หวัดนกและการก่อการร้ายภาคใต้ โดยทำมาเกือบ 1 เดือนแล้ว โดยผ่านกองทุนต่างประเทศและกองทุนของไทยที่เป็นลูกครึ่ง
เห็นว่า รายย่อยเสียหายมากจากการที่กลต. และตลาดหลักทรัพย์ควบคุมการซื้อขายของรายย่อย แต่ไม่มีควบคุมการทำชอร์ตเซลของกองทุนต่างประเทศและกองทุนไทยที่บริษัทต่างชาติดูแล ซึ่งมีไม่ความเท่าเทียมและทำให้คนในชาติเสียหาย แต่คนต่างชาติได้ประโยชน์
เห็นว่า การขึ้นของหุ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน นั้นไม่เหมาะสม การควบคุมการเก็งกำไรหุ้นก็ถูกต้อง การลดลงอย่างรุนแรงของหุ้นจากการทำชอร์ตเซล ทำให้หุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ยิ่งไม่เหมาะสม เพราะทำให้นักลงทุนขาดทุนหมด และหุ้นจะผันผวนมาก คือลงแรง ขึ้นแรง
ควรมีกฎระเบียบควบคุมการทำชอร์ตเซลของนักลงทุนต่างชาติได้แล้ว เช่น
1. การควบคุมปริมาณและราคาขายในการทำการชอร์ตเซล ไม่ให้กระทบต่อราคาหุ้น คือ นักลงทุนสามารถทำชอร์ตเซลได้ถ้าการทำชอร์ตเซลเป็นการขายที่ทำให้หุ้นไม่ตกเพราะการชอร์ตเซล เช่นต้องไม่ขายชอร์ตเซลต่ำกว่าราคาปิดวันก่อน ปริมาณขายไม่กระทบราคาหุ้น เพราะปัจจุบันมีการขายทุบหุ้นชัดๆ ในแต่ละวัน ควรให้ทำชอร์ตเซลไม่เกินกี่หุ้น และให้ทำชอร์ตเซลในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ไม่เกินกี่วันทำการ
2. ควบคุมความเสี่ยงของนักลงทุนที่ทำการชอร์ตเซล คืออนุญาตให้การทำการชอร์ตเซลของหุ้นบางตัว โดยที่นักลงทุนจะต้องมีหุ้นในพอร์ตการลงทุนมากกว่าหุ้นที่ทำการชอร์ตเซลร้อยละ 80-90 เพื่อให้การทำชอร์ตเซลกระทบหุ้นปั่นเท่านั้น ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติที่ทำชอร์ตเซลมีการทำชอร์ตอย่างเดียว แต่ไม่มีการทำ Long เลย ซึ่งเป็นความเสี่ยงมาก และเป็นการ Speculate ไม่ใช้การลงทุน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้หุ้นที่เกินพื้นฐานปรับตัวลดลง แต่หุ้นที่ไม่เกินปัจจัยพื้นฐานไม่ปรับตัวลดลง และหุ้นจะมีเสถียรภาพมาก
3. กองทุนไทยและต่างชาติที่ลงทุนในไทยควรส่งรายงานการทำซอร์ตเซลทุกสัปดาห์ทั้งยอดรวมและสะสมให้ กลต. และควรมีการเปิดเผยให้รายย่อยรู้ด้วย
กลต. ควรดูแลกองทุนไทยที่ต่างชาติดูแลให้มาก เพราะการทำชอร์ตเซลจะทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนเสียหายมาก แต่บริษัทที่บริหารกองทุนได้กำไร และอยากบอกว่า นักลงทุนต่างชาติรายใดที่จะทุบหุ้นไทยให้คนไทยเสียหายและชาติเสียหาย จะได้รับบทเรียนมากกว่าเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และอยากให้รายย่อยช่วยกันไม่ขายหุ้น และนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวจะต้องซื้อหุ้นคืนในราคาที่สูงมาก โดยเชื่อว่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้อาจเห็นหุ้นขึ้นวันละ 30 จุด เพราะกลุ่มที่ชอร์ตเซลนี้มีปริมาณขายสะสมหลายหมื่นล้านบาทแล้วจากการทำสัญญาต่อสะสมมาเรื่อยๆ ซึ่งต้องกลับมาซื้อคืนจำนวนมาก และปีนี้หุ้นจะไปเกิน 1000 จุดแน่นอน เพราะเงินปันผลจากหุ้นจะเข้ามาเกิน 50,000 ล้านบาทในปีนี้ รวมถึงรายได้อื่นและเงินออมอื่นที่เข้ามาในหุ้นอีกมาก
และอยากให้ กลต.และตลาดหลักทรัพย์มีกฎเพื่อคุ้มครองรายย่อย ซึ่งเป็นคนไทย ถ้ารายย่อยรวย ประเทศไทยก็รวย แต่ต่างชาติรวย ประเทศไทยไม่ร
ใน 3-4 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติกลุ่มหนึ่งเข้ามาทำชอร์ตเซลผ่านกองทุนต่างประเทศและในประเทศ แต่สภาวะเศรษฐกิจดีทำให้นักลงทุนกลุ่มนั้นขาดทุนเป็นพันล้านบาท ตอนนี้นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวได้ทำเช่นเดิม และอาศัยภาวะไข้หวัดนกและการก่อการร้ายภาคใต้ โดยทำมาเกือบ 1 เดือนแล้ว โดยผ่านกองทุนต่างประเทศและกองทุนของไทยที่เป็นลูกครึ่ง
เห็นว่า รายย่อยเสียหายมากจากการที่กลต. และตลาดหลักทรัพย์ควบคุมการซื้อขายของรายย่อย แต่ไม่มีควบคุมการทำชอร์ตเซลของกองทุนต่างประเทศและกองทุนไทยที่บริษัทต่างชาติดูแล ซึ่งมีไม่ความเท่าเทียมและทำให้คนในชาติเสียหาย แต่คนต่างชาติได้ประโยชน์
เห็นว่า การขึ้นของหุ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน นั้นไม่เหมาะสม การควบคุมการเก็งกำไรหุ้นก็ถูกต้อง การลดลงอย่างรุนแรงของหุ้นจากการทำชอร์ตเซล ทำให้หุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ยิ่งไม่เหมาะสม เพราะทำให้นักลงทุนขาดทุนหมด และหุ้นจะผันผวนมาก คือลงแรง ขึ้นแรง
ควรมีกฎระเบียบควบคุมการทำชอร์ตเซลของนักลงทุนต่างชาติได้แล้ว เช่น
1. การควบคุมปริมาณและราคาขายในการทำการชอร์ตเซล ไม่ให้กระทบต่อราคาหุ้น คือ นักลงทุนสามารถทำชอร์ตเซลได้ถ้าการทำชอร์ตเซลเป็นการขายที่ทำให้หุ้นไม่ตกเพราะการชอร์ตเซล เช่นต้องไม่ขายชอร์ตเซลต่ำกว่าราคาปิดวันก่อน ปริมาณขายไม่กระทบราคาหุ้น เพราะปัจจุบันมีการขายทุบหุ้นชัดๆ ในแต่ละวัน ควรให้ทำชอร์ตเซลไม่เกินกี่หุ้น และให้ทำชอร์ตเซลในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ไม่เกินกี่วันทำการ
2. ควบคุมความเสี่ยงของนักลงทุนที่ทำการชอร์ตเซล คืออนุญาตให้การทำการชอร์ตเซลของหุ้นบางตัว โดยที่นักลงทุนจะต้องมีหุ้นในพอร์ตการลงทุนมากกว่าหุ้นที่ทำการชอร์ตเซลร้อยละ 80-90 เพื่อให้การทำชอร์ตเซลกระทบหุ้นปั่นเท่านั้น ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติที่ทำชอร์ตเซลมีการทำชอร์ตอย่างเดียว แต่ไม่มีการทำ Long เลย ซึ่งเป็นความเสี่ยงมาก และเป็นการ Speculate ไม่ใช้การลงทุน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้หุ้นที่เกินพื้นฐานปรับตัวลดลง แต่หุ้นที่ไม่เกินปัจจัยพื้นฐานไม่ปรับตัวลดลง และหุ้นจะมีเสถียรภาพมาก
3. กองทุนไทยและต่างชาติที่ลงทุนในไทยควรส่งรายงานการทำซอร์ตเซลทุกสัปดาห์ทั้งยอดรวมและสะสมให้ กลต. และควรมีการเปิดเผยให้รายย่อยรู้ด้วย
กลต. ควรดูแลกองทุนไทยที่ต่างชาติดูแลให้มาก เพราะการทำชอร์ตเซลจะทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนเสียหายมาก แต่บริษัทที่บริหารกองทุนได้กำไร และอยากบอกว่า นักลงทุนต่างชาติรายใดที่จะทุบหุ้นไทยให้คนไทยเสียหายและชาติเสียหาย จะได้รับบทเรียนมากกว่าเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และอยากให้รายย่อยช่วยกันไม่ขายหุ้น และนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวจะต้องซื้อหุ้นคืนในราคาที่สูงมาก โดยเชื่อว่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้อาจเห็นหุ้นขึ้นวันละ 30 จุด เพราะกลุ่มที่ชอร์ตเซลนี้มีปริมาณขายสะสมหลายหมื่นล้านบาทแล้วจากการทำสัญญาต่อสะสมมาเรื่อยๆ ซึ่งต้องกลับมาซื้อคืนจำนวนมาก และปีนี้หุ้นจะไปเกิน 1000 จุดแน่นอน เพราะเงินปันผลจากหุ้นจะเข้ามาเกิน 50,000 ล้านบาทในปีนี้ รวมถึงรายได้อื่นและเงินออมอื่นที่เข้ามาในหุ้นอีกมาก
และอยากให้ กลต.และตลาดหลักทรัพย์มีกฎเพื่อคุ้มครองรายย่อย ซึ่งเป็นคนไทย ถ้ารายย่อยรวย ประเทศไทยก็รวย แต่ต่างชาติรวย ประเทศไทยไม่ร