โค้ด: เลือกทั้งหมด
โลกในมุมมองของ Value Investor 17 พ.ค. 57
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ลอนดอน
เมืองที่สองของโลก
ผมเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวลอนดอน หรือพูดให้ตรงกว่าก็คือ ไป “เยี่ยมเยือน” ลอนดอนอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ไปมาหลายครั้ง เหตุที่ผมไปลอนดอนบ่อยกว่าอีกหลาย ๆ เมืองส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกสาวผมได้ไปเรียนปริญญาโทที่นั่น และผมก็เชื่อว่าคนไทยอีกหลาย ๆ คนที่ไปลอนดอนบ่อยกว่าไปเมืองอื่นก็คงมีเหตุผลคล้าย ๆ กับผมที่ว่าไปลอนดอนเพราะลูกเรียนหนังสืออยู่ แต่ลอนดอนไม่ได้ดึงดูดเฉพาะคนที่ไปเรียนและครอบครัวเท่านั้น ลอนดอนดึงดูดคนไปเยี่ยมเยือนหลากหลายมากจนทำให้มันกลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลกแทนที่เมืองปารีสไปแล้วในการจัดอันดับปีล่าสุดที่ลอนดอนได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวประมาณ 17-18 ล้านคนถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ในความรู้สึกของผม ลอนดอนและอาณาเขตรอบ ๆ ลอนดอนนั้น ไม่ใช่เป็นแค่เมืองที่น่าเที่ยวเท่านั้น แต่มันกำลังกลายเป็นหรือมีศักยภาพที่จะเป็น “เมืองที่สองของโลก”
ความหมายของเมืองที่สองของโลกก็คือ มันคล้าย ๆ กับ “บ้านที่สอง” ของเรา เราอาจจะอยู่กรุงเทพเป็นหลักแต่มีอีกบ้านหนึ่งอยู่ที่เขาใหญ่หรือเชียงใหม่เรียกว่าเป็นบ้านที่สองที่เราจะไปพักเป็นบางโอกาส หรือในบางทีก็ไปอยู่เลยนาน ๆ และอาจจะกลายเป็น “บ้านที่หนึ่ง” หรือบ้านแรกเลยก็ได้เวลาที่เราเกษียณหรือต้องการ “หลบ” จากอะไรบางอย่างหรือต้องการ “ลี้ภัย” ไปอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัยหรือปลอดจากสิ่งไม่พึงประสงค์ สำหรับผมแล้ว ลอนดอนมีคุณสมบัติที่จะเป็น “เมืองที่สอง” ของคนทั่วโลกมากกว่าเมืองอื่น ๆ อีกหลายเมืองเช่นเดียวกับที่มันเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มาดูกันว่าทำไม?
เรื่องแรกก็คือ ภาษาของเมืองที่เป็นภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลที่คนใช้กันทั่วโลก นี่ทำให้คนที่ไปเที่ยวหรือไปอยู่มีความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารโดยไม่ต้องไปเรียนรู้อะไรใหม่ เราสามารถไปท่องเที่ยวได้เองโดยไม่ต้องอาศัยล่าม คนในลอนดอนนั้นสามารถที่จะเข้าใจคำพูดของเราแม้ว่าสำเนียงภาษาอังกฤษของเราจะไม่ดีนัก อาจจะเนื่องจากพวกเขาคุ้นเคยกับคนต่างชาติหลากหลายมาก เช่นเดียวกัน คนที่ให้บริการที่เราต้องใช้นั้น จำนวนมากก็เป็นคล้าย ๆ กับเราคือเป็นชาวต่างชาติหรือมีเชื้อสายต่างชาติเช่นเป็นชาวอินเดียในอังกฤษที่มีอยู่มาก ดังนั้น เราจึงไม่ค่อยรู้สึกว่าจะอึดอัดมากนักที่จะพูดภาษาอังกฤษในสำเนียงที่แปลกจากเจ้าของภาษา
เรื่องที่สองก็คือ ลอนดอนนั้นเป็นเมืองที่เป็น “นานาชาติ” มาก สังเกตได้จากคนที่อยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีคนที่มีหน้าตาและผิวพรรณหลากหลายโดยเฉพาะที่เป็นชาวเอเซียใต้เช่นอินเดียหรือปากีสถานที่เป็นเมืองในเครือจักรภพของอังกฤษเป็นจำนวนมาก ในสถานที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในสถานที่ ๆ ให้บริการเช่นร้านค้าต่าง ๆ ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารนั้น พนักงานก็มักเป็นคนที่มาจากคนเชื้อชาติอื่น ที่ไม่ใช่คนอังกฤษ ดังนั้น ความรู้สึก “แปลกแยก” ของคนจะมีน้อย ความรู้สึกประเภท “เหยียดผิว” ในลอนดอนเองนั้นผมก็แทบไม่เจอเลย เหตุผลอย่างหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะคนอังกฤษและโดยเฉพาะคนในลอนดอนนั้นมีความ “ก้าวหน้า” มาก และพวกเขาได้ผ่านสภาวการณ์การเลวร้ายด้านเชื้อชาติมามากและเข้าใจและยอมรับการอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติสูง ดังนั้น นี่ทำให้การอยู่ในลอนดอนเราจะไม่รู้สึกว่าเป็น “ประชาชนชั้นสอง” เราได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกันกับคนอื่น ๆ
เรื่องที่สามคือสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการเดินทางนั้น ลอนดอนน่าจะเป็นเมืองที่มีความสะดวกมากที่สุดแห่งหนึ่ง เหตุผลก็เพราะแทบทุกแห่งที่เราจะไปนั้นสามารถไปโดยรถไฟฟ้าใต้ดินได้โดยที่ไม่ต้องเดินมากนัก ค่าโดยสารก็ไม่แพงและเราสามารถตีตั๋วเป็นรายวันหรือรายสิบวันหรือรายเดือนได้โดยที่เราจะสามารถไปได้ทุกแห่งที่กำหนด ตั๋วนั้นนอกจากรถไฟใต้ดินแล้วยังใช้ร่วมกับรถเมลบนดินที่สะดวกสบายด้วย นอกจากนั้น แท็กซี่ในลอนดอนเองก็มีมากและสามารถเรียกได้ทุกแห่ง ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ รถบนท้องถนนนั้นมีไม่มากและไม่ติดแม้ในช่วงเร่งรีบ พูดง่าย ๆ การเดินทางในลอนดอนนั้น ใช้เวลาค่อนข้างน้อยไม่ว่าจะไปที่ไหน ดังนั้น การอยู่ในลอนดอนนั้นทำให้เรามีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางมากนัก
เรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิงต่าง ๆ นั้น ลอนดอนมีไม่น้อยหน้ากว่าใคร เริ่มตั้งแต่ “ของฟรี” เช่น สวนสาธารณะเช่น ไฮด์ปาร์ค ที่ใหญ่โตและสวยงามเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และทะเลสาบ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ เช่น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ สงคราม ศิลปะและภาพวาด และอื่น ๆ ที่ไม่เก็บค่าผ่านประตู ซึ่งผมคิดว่าเป็นนโยบายที่ยอดเยี่ยมของอังกฤษที่จะส่งเสริมให้คนมาชมและศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความก้าวหน้าของประเทศและของโลกผ่านพิพิธภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นและดูแลอย่างดีเยี่ยมสุดยอด ทุกครั้งที่ผมไปลอนดอน ผมก็มักจะต้องไปสวนและไปพิพิธภัณฑ์บางแห่ง นอกจากของฟรีแล้ว ลอนดอนยังมีสิ่งบันเทิงที่ดีระดับโลกเช่น การแสดงละครเพลงที่มีโรงละครระดับมาตรฐานจำนวนมาก นอกจากนั้น คนที่ชอบฟุตบอล ลอนดอนก็เป็น “สวรรค์”อีกแห่งหนึ่งของพวกเขา เพราะมีการแข่งขันของทีมดังในพรีเมียร์ลีกอยู่แทบจะตลอดปี
ความปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวนั้น ลอนดอนเองก็เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูงมาก การเดินอยู่ตามถนนแม้ว่าจะหลังเที่ยงคืนไปแล้วก็มักจะไม่มีปัญหาอะไร เช่นเดียวกับอันตรายจากรถยนต์เองก็ไม่สูงเหตุเพราะว่าผู้ขับขี่มักจะจอดให้คนเดินข้ามถนนตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โรคภัยจากอาหารหรืออากาศเป็นพิษนั้นก็ดูเหมือนว่าจะน้อย ว่าที่จริงผมไม่เคยท้องเสียเพราะเรื่องของอาหารเลยในลอนดอน เช่นเดียวกับการเป็นหวัดเพราะติดเชื้อ
การศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัยนั้น ในลอนดอนมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ดีระดับโลกมากมาย ทั้งหมดสอนเป็นภาษาอังกฤษ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของการเงินนั้น ลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินทำให้มีความสะดวกมากในการโอนเงิน ฝาก ลงทุน และการถอนเงินมาใช้จ่ายไม่ว่าคุณจะเป็นคนจากประเทศไหน ทั้งหมดนี้ทำให้ลอนดอนเป็นเมืองที่น่าอยู่และทำให้คนทั่วโลกถ้าเลือกได้มักจะอยากเลือกอยู่ลอนดอนเป็นบ้านที่สอง ที่อาจจะเป็นประเด็นอยู่บ้างก็คือเรื่องของค่าครองชีพที่ลอนดอนนั้นไม่ได้ถูกอย่างอีกหลายเมือง ค่าบ้านหรือค่าเช่าอพาร์ตเม้นต์เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ อย่างมีราคาแพง แต่นี่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนรวย
สถิติปัจจุบันก็คือ ลอนดอนนั้นมีคนรวยที่ติดระดับโลกสูงที่สุด พวกเขาบางส่วนมาจากหลายประเทศ คนดังฮอลลีวูดเช่น มาดอนน่าเลือกอยู่ลอนดอน เจ้าของห้างแฮรอดที่ดังระดับโลกชาวอียิปต์ก็อยู่ลอนดอน ดร. ป๋วย อึ๊งภากร ตอนหนีจากเมืองไทยสมัย 6 ตุลา 19 ก็ไปอยู่เมืองใกล้ลอนดอน ว่าที่จริงนักการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยนั้นผมเชื่อว่ามี “เซฟเฮ้า” หรือบ้านอยู่ในหรือใกล้ลอนดอน และนักธุรกิจหรือคนรวยจำนวนไม่น้อยในเมืองไทยก็มีบ้านอยู่ในลอนดอน เหตุผลก็เพื่อเอาไว้ให้ลูกหลานอยู่เวลาไปเรียน และบางคนก็อาจจะซื้อไว้ลงทุน คนเชื่อมั่นในประเทศอังกฤษที่ซึ่งระบบกฎหมายมีมีความแน่นอนชัดเจนมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรง เชื่อมั่นในคนอังกฤษที่มีความก้าวหน้าในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกันของคนทุกคน และทั้งหมดนี้ก็ทำให้ถนนของ “คนรวย” ทั่วโลกมุ่งสู่ลอนดอน