ลอนดอน เมืองที่สองของโลก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตอบกลับโพส
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
กระทู้: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm

ลอนดอน เมืองที่สองของโลก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์ โดย Thai VI Article » จันทร์ พ.ค. 19, 2014 12:42 pm

โค้ด: เลือกทั้งหมด

โลกในมุมมองของ Value Investor     17 พ.ค. 57
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ลอนดอน
เมืองที่สองของโลก

	ผมเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวลอนดอน  หรือพูดให้ตรงกว่าก็คือ  ไป “เยี่ยมเยือน” ลอนดอนอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ไปมาหลายครั้ง  เหตุที่ผมไปลอนดอนบ่อยกว่าอีกหลาย ๆ  เมืองส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกสาวผมได้ไปเรียนปริญญาโทที่นั่น  และผมก็เชื่อว่าคนไทยอีกหลาย ๆ  คนที่ไปลอนดอนบ่อยกว่าไปเมืองอื่นก็คงมีเหตุผลคล้าย ๆ  กับผมที่ว่าไปลอนดอนเพราะลูกเรียนหนังสืออยู่    แต่ลอนดอนไม่ได้ดึงดูดเฉพาะคนที่ไปเรียนและครอบครัวเท่านั้น  ลอนดอนดึงดูดคนไปเยี่ยมเยือนหลากหลายมากจนทำให้มันกลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลกแทนที่เมืองปารีสไปแล้วในการจัดอันดับปีล่าสุดที่ลอนดอนได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวประมาณ 17-18 ล้านคนถ้าผมเข้าใจไม่ผิด  ในความรู้สึกของผม  ลอนดอนและอาณาเขตรอบ ๆ  ลอนดอนนั้น  ไม่ใช่เป็นแค่เมืองที่น่าเที่ยวเท่านั้น   แต่มันกำลังกลายเป็นหรือมีศักยภาพที่จะเป็น  “เมืองที่สองของโลก”
	ความหมายของเมืองที่สองของโลกก็คือ  มันคล้าย ๆ  กับ  “บ้านที่สอง”  ของเรา  เราอาจจะอยู่กรุงเทพเป็นหลักแต่มีอีกบ้านหนึ่งอยู่ที่เขาใหญ่หรือเชียงใหม่เรียกว่าเป็นบ้านที่สองที่เราจะไปพักเป็นบางโอกาส  หรือในบางทีก็ไปอยู่เลยนาน ๆ  และอาจจะกลายเป็น “บ้านที่หนึ่ง” หรือบ้านแรกเลยก็ได้เวลาที่เราเกษียณหรือต้องการ “หลบ”  จากอะไรบางอย่างหรือต้องการ  “ลี้ภัย”  ไปอยู่ในที่ ๆ  ปลอดภัยหรือปลอดจากสิ่งไม่พึงประสงค์  สำหรับผมแล้ว  ลอนดอนมีคุณสมบัติที่จะเป็น “เมืองที่สอง”  ของคนทั่วโลกมากกว่าเมืองอื่น ๆ  อีกหลายเมืองเช่นเดียวกับที่มันเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก  มาดูกันว่าทำไม?
	เรื่องแรกก็คือ  ภาษาของเมืองที่เป็นภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลที่คนใช้กันทั่วโลก  นี่ทำให้คนที่ไปเที่ยวหรือไปอยู่มีความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารโดยไม่ต้องไปเรียนรู้อะไรใหม่  เราสามารถไปท่องเที่ยวได้เองโดยไม่ต้องอาศัยล่าม  คนในลอนดอนนั้นสามารถที่จะเข้าใจคำพูดของเราแม้ว่าสำเนียงภาษาอังกฤษของเราจะไม่ดีนัก  อาจจะเนื่องจากพวกเขาคุ้นเคยกับคนต่างชาติหลากหลายมาก  เช่นเดียวกัน  คนที่ให้บริการที่เราต้องใช้นั้น  จำนวนมากก็เป็นคล้าย ๆ  กับเราคือเป็นชาวต่างชาติหรือมีเชื้อสายต่างชาติเช่นเป็นชาวอินเดียในอังกฤษที่มีอยู่มาก  ดังนั้น  เราจึงไม่ค่อยรู้สึกว่าจะอึดอัดมากนักที่จะพูดภาษาอังกฤษในสำเนียงที่แปลกจากเจ้าของภาษา
	เรื่องที่สองก็คือ  ลอนดอนนั้นเป็นเมืองที่เป็น  “นานาชาติ”  มาก  สังเกตได้จากคนที่อยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีคนที่มีหน้าตาและผิวพรรณหลากหลายโดยเฉพาะที่เป็นชาวเอเซียใต้เช่นอินเดียหรือปากีสถานที่เป็นเมืองในเครือจักรภพของอังกฤษเป็นจำนวนมาก  ในสถานที่อื่น ๆ  โดยเฉพาะในสถานที่ ๆ  ให้บริการเช่นร้านค้าต่าง ๆ  ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารนั้น  พนักงานก็มักเป็นคนที่มาจากคนเชื้อชาติอื่น  ที่ไม่ใช่คนอังกฤษ  ดังนั้น  ความรู้สึก “แปลกแยก”  ของคนจะมีน้อย  ความรู้สึกประเภท  “เหยียดผิว”  ในลอนดอนเองนั้นผมก็แทบไม่เจอเลย  เหตุผลอย่างหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะคนอังกฤษและโดยเฉพาะคนในลอนดอนนั้นมีความ  “ก้าวหน้า”  มาก  และพวกเขาได้ผ่านสภาวการณ์การเลวร้ายด้านเชื้อชาติมามากและเข้าใจและยอมรับการอยู่ร่วมกันของคนต่างเชื้อชาติสูง  ดังนั้น  นี่ทำให้การอยู่ในลอนดอนเราจะไม่รู้สึกว่าเป็น  “ประชาชนชั้นสอง”  เราได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกันกับคนอื่น ๆ  
	เรื่องที่สามคือสาธารณูปโภค  โดยเฉพาะการเดินทางนั้น  ลอนดอนน่าจะเป็นเมืองที่มีความสะดวกมากที่สุดแห่งหนึ่ง  เหตุผลก็เพราะแทบทุกแห่งที่เราจะไปนั้นสามารถไปโดยรถไฟฟ้าใต้ดินได้โดยที่ไม่ต้องเดินมากนัก  ค่าโดยสารก็ไม่แพงและเราสามารถตีตั๋วเป็นรายวันหรือรายสิบวันหรือรายเดือนได้โดยที่เราจะสามารถไปได้ทุกแห่งที่กำหนด  ตั๋วนั้นนอกจากรถไฟใต้ดินแล้วยังใช้ร่วมกับรถเมลบนดินที่สะดวกสบายด้วย  นอกจากนั้น  แท็กซี่ในลอนดอนเองก็มีมากและสามารถเรียกได้ทุกแห่ง  ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ  รถบนท้องถนนนั้นมีไม่มากและไม่ติดแม้ในช่วงเร่งรีบ  พูดง่าย  ๆ  การเดินทางในลอนดอนนั้น  ใช้เวลาค่อนข้างน้อยไม่ว่าจะไปที่ไหน  ดังนั้น  การอยู่ในลอนดอนนั้นทำให้เรามีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ  ได้มากเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางมากนัก
	เรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิงต่าง ๆ  นั้น  ลอนดอนมีไม่น้อยหน้ากว่าใคร  เริ่มตั้งแต่  “ของฟรี”  เช่น  สวนสาธารณะเช่น  ไฮด์ปาร์ค ที่ใหญ่โตและสวยงามเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และทะเลสาบ  ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ  เช่น  พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ  วิทยาศาสตร์  สงคราม  ศิลปะและภาพวาด และอื่น ๆ  ที่ไม่เก็บค่าผ่านประตู  ซึ่งผมคิดว่าเป็นนโยบายที่ยอดเยี่ยมของอังกฤษที่จะส่งเสริมให้คนมาชมและศึกษาประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม และความก้าวหน้าของประเทศและของโลกผ่านพิพิธภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นและดูแลอย่างดีเยี่ยมสุดยอด  ทุกครั้งที่ผมไปลอนดอน ผมก็มักจะต้องไปสวนและไปพิพิธภัณฑ์บางแห่ง  นอกจากของฟรีแล้ว  ลอนดอนยังมีสิ่งบันเทิงที่ดีระดับโลกเช่น  การแสดงละครเพลงที่มีโรงละครระดับมาตรฐานจำนวนมาก  นอกจากนั้น  คนที่ชอบฟุตบอล  ลอนดอนก็เป็น “สวรรค์”อีกแห่งหนึ่งของพวกเขา  เพราะมีการแข่งขันของทีมดังในพรีเมียร์ลีกอยู่แทบจะตลอดปี
	ความปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวนั้น  ลอนดอนเองก็เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูงมาก  การเดินอยู่ตามถนนแม้ว่าจะหลังเที่ยงคืนไปแล้วก็มักจะไม่มีปัญหาอะไร  เช่นเดียวกับอันตรายจากรถยนต์เองก็ไม่สูงเหตุเพราะว่าผู้ขับขี่มักจะจอดให้คนเดินข้ามถนนตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด  โรคภัยจากอาหารหรืออากาศเป็นพิษนั้นก็ดูเหมือนว่าจะน้อย   ว่าที่จริงผมไม่เคยท้องเสียเพราะเรื่องของอาหารเลยในลอนดอน เช่นเดียวกับการเป็นหวัดเพราะติดเชื้อ
	การศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัยนั้น  ในลอนดอนมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ดีระดับโลกมากมาย  ทั้งหมดสอนเป็นภาษาอังกฤษ  อีกเรื่องหนึ่งก็คือ  เรื่องของการเงินนั้น  ลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินทำให้มีความสะดวกมากในการโอนเงิน  ฝาก  ลงทุน  และการถอนเงินมาใช้จ่ายไม่ว่าคุณจะเป็นคนจากประเทศไหน  ทั้งหมดนี้ทำให้ลอนดอนเป็นเมืองที่น่าอยู่และทำให้คนทั่วโลกถ้าเลือกได้มักจะอยากเลือกอยู่ลอนดอนเป็นบ้านที่สอง  ที่อาจจะเป็นประเด็นอยู่บ้างก็คือเรื่องของค่าครองชีพที่ลอนดอนนั้นไม่ได้ถูกอย่างอีกหลายเมือง  ค่าบ้านหรือค่าเช่าอพาร์ตเม้นต์เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ  อย่างมีราคาแพง  แต่นี่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนรวย
	สถิติปัจจุบันก็คือ  ลอนดอนนั้นมีคนรวยที่ติดระดับโลกสูงที่สุด  พวกเขาบางส่วนมาจากหลายประเทศ  คนดังฮอลลีวูดเช่น  มาดอนน่าเลือกอยู่ลอนดอน  เจ้าของห้างแฮรอดที่ดังระดับโลกชาวอียิปต์ก็อยู่ลอนดอน  ดร. ป๋วย อึ๊งภากร  ตอนหนีจากเมืองไทยสมัย 6 ตุลา 19 ก็ไปอยู่เมืองใกล้ลอนดอน  ว่าที่จริงนักการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยนั้นผมเชื่อว่ามี “เซฟเฮ้า” หรือบ้านอยู่ในหรือใกล้ลอนดอน  และนักธุรกิจหรือคนรวยจำนวนไม่น้อยในเมืองไทยก็มีบ้านอยู่ในลอนดอน  เหตุผลก็เพื่อเอาไว้ให้ลูกหลานอยู่เวลาไปเรียน  และบางคนก็อาจจะซื้อไว้ลงทุน  คนเชื่อมั่นในประเทศอังกฤษที่ซึ่งระบบกฎหมายมีมีความแน่นอนชัดเจนมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรง  เชื่อมั่นในคนอังกฤษที่มีความก้าวหน้าในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกันของคนทุกคน  และทั้งหมดนี้ก็ทำให้ถนนของ  “คนรวย”  ทั่วโลกมุ่งสู่ลอนดอน
[/size]



ตอบกลับโพส