การระดมเงินจากผู้คนทั่วไป (Crowd Funding)/วิวรรณ

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตอบกลับโพส
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
กระทู้: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm

การระดมเงินจากผู้คนทั่วไป (Crowd Funding)/วิวรรณ

โพสต์ โดย Thai VI Article » จันทร์ พ.ค. 11, 2015 1:36 pm

วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

โค้ด: เลือกทั้งหมด

    ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาล ความช่วยเหลือและเงินบริจาคต่างๆหลั่งไหลเข้าไปในเนปาล การระดมเงินผ่านเครือข่าย ผ่านเว็บไซต์ ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย

    ในวันนี้ ดิฉันจะพาท่านไปรู้จักกับการระดมเงินในลักษณะที่เรียกว่า “คราวด์ฟันดิ้ง (Crowd Funding)” หรือจะเรียกว่า “การระดมเงินจากผู้คนทั่วไป” ก็น่าจะได้

    การระดมเงินจากคนทั่วไปนี้ มีต้นกำเนิดมาจากการบริจาค หรือ Donation 

    เวลาเกิดภัยพิบัติต่างๆ เรามีการระดมเงินบริจาคกันมากมาย และตามที่ดิฉันเคยเขียนไป ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งของโลกเรื่องการบริจาคเงินในปี 2554 ซึ่งเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่นและเกิดมหาอุทกภัยในไทย และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไทยเราติดท้อป 5 ของโลกในเรื่องการบริจาคเงินตลอด 

    เมื่อโลกออนไลน์ขยายขอบเขตมากขึ้น การระดมทุนก็ได้เพิ่มรูปแบบจากการส่งซองให้บริจาค เป็นการระดมทุนผ่านเครือข่ายออนไลน์ โดยของประเทศไทยที่มีการระดมมากที่สุด น่าจะเป็นเว็ป “เทใจ” www.taejai.com ซึ่งตั้งแต่ตั้งมาสองปีเศษ ระดมเงินบริจาคไปได้ 5.9 ล้านบาทแล้ว

    โดยในเหตุการณ์ผ่านดินไหวที่เนปาลนี้ เว็ปไซต์เทใจก็ได้จัดระดมเงินบริจาคแบบเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือชาวชนบทเนปาลที่อยู่ห่างไกล เนื่องจากผู้ก่อตั้งเว็ปไซต์มีเชื้อสายเนปาล จึงสามารถเข้าถึงผู้เดือดร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายระดมเงินบริจาคไว้ 1 ล้านบาท ภายใน 15 วัน ตอนนี้ระดมได้ 866,985 บาท ใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วค่ะ เหลือเวลาอีกเพียง 1-2 วัน หากท่านผู้อ่านสนใจช่วยเหลือเนปาลอีก ก็สามารถเข้าไปบริจาคได้ค่ะ เงินบริจาคสามารถหักภาษีได้ด้วย

    เนื่องจากการระดมเงินผ่านเว็ปไซต์ เป็นการระดมเงินที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้บริจาคได้รวดเร็ว สามารถสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจงได้ เช่นส่ง email ไปขอบคุณทันที ฯลฯ 

    กลุ่มคราวด์ฟันดิ้งเหล่านี้ ไม่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนกับสำนักงาน กลต. เนื่องจากเป็นเงินบริจาค โดยผู้ให้บริการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ระดมทุน ตั้งแต่ 0-5%

    อย่างไรก็ดี เนื่องจากการระดมเงินแบบนี้มีความสะดวก จึงทำให้คนมองว่า ช่องทางนี้น่าจะสามารถระดมทุนอื่นๆได้ด้วย นอกเหนือจากการบริจาค

    ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายชื่อ JOBS Act (Jumpstart Our Business Startups) เพื่อช่วยให้ธุรกิจเกิดใหม่ ทั้งนี้ ที่กำลังเติบโต สามารถระดมทุนได้โดยมีค่าใช้จ่ายไม่สูง โดยการขายหุ้นของบริษัทให้กับผู้ลงทุนรายเล็กรายน้อย โดยมีเกณฑ์ว่า ธุรกิจเกิดใหม่ที่กำลังเติบโต และมีรายได้น้อยกว่า 1,000 ล้านเหรียญต่อปี สามารถขายหุ้นให้กับผู้ลงทุนได้ โดย ไม่ต้องมี กฎเกณฑ์เรื่องการเปิดเผยข้อมูลมากมาย เหมือนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ที่เราเรียกกันว่า IPO (Initial Public Offering) 

    ทั้งนี้ หากบริษัทเข้าตลาดไปแล้ว 5 ปี หรือหลังจากบริษัทออกหุ้นกู้เกินกว่า 1,000 ล้านเหรียญในสามปีแรกของการเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือเมื่อบริษัทกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่แล้ว จะไม่เข้าข่ายที่สามารถระดมทุนผ่านช่องทางนี้ได้ 

    ในการออกกฎหมายฉบับนี้ของสหรัฐอเมริกา ได้มีการยกเว้นหลักการระดมทุน หรือเสนอขายหลักทรัพย์ให้กับผู้ลงทุนใน 2 กรณี คือ 

    1. การระดมทุนแบบ Crowd Funding ซึ่งเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายละไม่เกิน 2,000 เหรียญ (ประมาณ 66,500 บาท) และ ลงทุนได้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อระยะเวลา 12 เดือน 

    2. การระดมทุนที่ต่ำกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ที่ได้รับยกเว้น ต้องยื่นข้อมูลให้ กลต.ไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนออกขาย หรือก่อนออกไปเสนอขาย (road show) โดยในช่วงเวลา 12 เดือนก่อนระดมทุนนี้ ต้องเคยออกเสนอขายหรือเคยระดมทุนไม่เกิน 1 ล้านเหรียญ

    ในการเสนอขายก็จำกัดไม่ให้ขายแก่ผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่งมากเกินไป เช่น หากผู้ลงทุนมีรายได้ ต่ำกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐ ต้องขายไม่เกิน 5% ของรายได้ต่อปีของผู้ลงทุน และสำหรับผู้ลงทุนที่มีความมั่งคั่งสุทธิ หรือรายได้ ไม่เกิน100,000 เหรียญ จะเสนอขายได้ไม่เกิน 10% ของพอร์ตการลงทุนของผู้ลงทุน

    อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านก็คงจะสงสัยว่า แล้วการระดมทุนในลักษณะนี้ทำในเมืองไทยได้ไหม ทำได้ค่ะ และเกณฑ์ก็คล้ายกับของสหรัฐอเมริกา

    คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเพิ่งออกประกาศมา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 นี้ อนุญาตให้มีการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ (Crowdfunding Portal)ได้ โดยอนุญาตให้ขายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นทุนก่อนค่ะ

    บริษัทผู้เสนอขายจะเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดก็ได้ แต่ต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียว เฉพาะใน 2 กรณีเท่านั้น คือ 

    1. ขายแก่ผู้ลงทุนรายบุคคล ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาท ในรอบระยะเวลา 12 เดือนนับแต่มีการเสนอขายไอพีโอ (IPO) รวมแล้วไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยขายให้ผู้ลงทุนคนละไม่เกิน 50,000 บาท และ 2. ขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน กิจการเงินร่วมลงทุน หรือ นิติบุคคลเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ

    ทั้งนี้ผู้ให้บริการ Crowdfunding เหล่านี้ ต้องได้รับการเห็นชอบจาก สำนักงาน กลต. และลงทุนได้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อระยะเวลา 12 เดือน

    อดใจรอนะคะ ว่าบริษัทไหนจะเป็นผู้ระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิ้งเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย
[/size]



ตอบกลับโพส