โค้ด: เลือกทั้งหมด
บทความตอนที่แล้ว ผมเขียนถึงการ “เดินห้างหาหุ้น” ซึ่งเป็นวิธีการหาหุ้นแบบบ้านๆ ที่ไม่เพียงนักลงทุนระดับโลกอย่าง “ปีเตอร์ ลินซ์” จะชอบใช้ เพื่อนๆ นักลงทุนที่ผมรู้จักหลายท่าน รวมทั้งนักลงทุนระดับอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ หรือแม้แต่ตัวผมเองก็มักจะใช้อยู่เสมอ ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีการหาหุ้นแบบที่เรียกกันว่า “Bottom up” ครับ
การหาหุ้นแบบ “Bottom up” เป็นการหาหุ้นโดยอาศัยการจุดประกายจาก “สิ่งเล็กๆ” ที่โดนใจเรา แล้วนำไปสู่การ “ขยายผล” ด้วยการหาข้อมูลที่กว้างขึ้น รอบด้านขึ้น เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เราได้พบสินค้าบางอย่างที่มีความโดดเด่นสะดุดตาสะดุดใจ และเราเห็นว่ามันช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้สินค้าดังกล่าวได้ดีมาก น่าจะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะส่งผลให้บริษัทที่เป็นผู้ผลิตมีรายได้และกำไรเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
หรือกรณีที่เราได้สัมผัสกับบริการบางอย่างที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันของเราได้เป็นอย่างดีและมีโอกาสที่ผู้คนจะหันมาใช้บริการแบบนี้กันอย่างต่อเนื่อง นี่ก็อาจจะจุดประกายให้เราไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทที่ให้บริการดังกล่าว
บางคราวเราได้อ่านข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรืออินเตอร์เน็ต แล้วพบว่าบริษัทบางแห่งกำลังเปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ๆ เปิดตัวโครงการใหม่ๆ ได้รับสัมปทานหรือสิทธิพิเศษบางอย่างที่เป็นผลดีกับบริษัทนั้นในระยะยาว เราก็อาจจะไปทำการบ้านเพื่อหาข้อมูลด้านอื่นๆ ของบริษัทเหล่านั้นเพิ่มเติม
บางโอกาสเราได้ชมได้ฟังการสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัทในรายการโทรทัศน์ ในรายการวิทยุ หรือในงานสัมมนาต่างๆ เราอาจจะได้พบเห็นมุมมองบางอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับกิจการนั้น เราก็อาจขยายผลไปสู่ข้อมูลอื่นๆ ที่รอบด้านขึ้น
หรือแม้แต่บางครั้งมีผู้ปรารถนาดีมากระซิบ “หุ้นเด็ด” ให้กับเรา แทนที่เราจะเชื่อ แล้วตัดสินใจซื้อหุ้นตัวนั้นเลย เราก็อาจใช้วิธี “Bottom up” ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นให้รอบด้านเสียก่อน ว่าเป็น “หุ้นเด็ด” จริงๆ หรือว่าเป็น “หุ้นเด็ดชีพ” กันแน่
“Bottom up” จึงเป็นการเริ่มต้นจาก “สิ่งเล็กๆ” ที่เราได้สัมผัส พบเห็น ได้ยิน ได้ฟัง แล้วต่อยอดด้วยการไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าบริษัทเหล่านั้นมีความน่าสนใจลงทุนมากน้อยเพียงใด
บางทีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจส่งผลที่ยิ่งใหญ่ให้กับเราได้ ถ้ารู้จักสังเกต และหาคุณค่าจากมัน
ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นหรือการลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ของชีวิตด้วยเช่นกัน