ลงทุนอย่างมีความสุข/ธันวา เลาหศิริวงศ์

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตอบกลับโพส
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
กระทู้: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm

ลงทุนอย่างมีความสุข/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ โดย Thai VI Article » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2014 9:47 am

โค้ด: เลือกทั้งหมด

    เป้าหมายในการลงทุนของนักลงทุนแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปบ้าง เช่น เพื่อผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำหรืออัตราเงินเฟ้อ เพื่อเป็นแหล่งรายได้สำรองเพิ่มเติมจากรายได้ประจำ เพื่อวางแผนทางการเงินสู่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น เพื่ออิสรภาพทางการเงิน หรือเพื่อเหตุผลอื่น แต่โดยรวมนั้น นอกเหนือจากการนำเงินที่หามาได้เพื่อใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของตนและครอบครัวอย่างเหมาะสมแล้ว เป้าหมายสูงสุดของทุกคนก็คือ การมี “ความสุข” และได้ทำ “สิ่งที่ตนชอบและรัก” ในการใช้ชีวิตทุกๆ วันจนถึงบั้นปลายชีวิตวัยเกษียณ 

    แม้ในระยะยาว การลงทุนในตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของสูงกว่าการลงทุนชนิดอื่น ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น แต่ในระยะสั้นนั้น ตลาดหุ้นและราคาหุ้นก็มีความผันผวนไม่น้อยเช่นกันหากดูดัชนี SET ที่ปรับตัวขึ้นจากต้นปี 18.07% และตลาด mai ที่ปรับขึ้นถึง 53.79% จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 อาจทำให้หลายคนคิดว่า นักลงทุนในตลาดหุ้น “ทุกคน” ล้วนต้องมี “ความสุข” จากผลกำไรที่ได้รับและมูลค่าพอร์ตที่เพิ่มขึ้น “อย่างมาก” ในความเป็นจริงแล้ว อาจมีนักลงทุนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้มีความสุข “เต็มที่” นัก แม้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องดังที่กล่าวมาแล้วก็ตาม ลองมาดูกันว่ามีกรณีใดบ้าง

    กรณีแรก เมื่อขายหุ้น แต่ราคาหุ้นยังปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอีกเรื่อยๆ หรือที่นิยมเรียกกันว่าการ “ขายหมู” แม้เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้อง “เสียดาย”  แต่หากคิดว่านั่นคือการ “แบ่งปันกำไร” ให้เพื่อนนักลงทุนอื่นก็จะทำให้เรามี “ความสุข” และต้องไม่รู้สึกเสียใจจนถึงขั้นแย่และเศร้าหมอง ในทางทฤษฎีนั้น เราต้องดีใจที่ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นจนถึงระดับราคาที่เราพอใจและสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่คาดไว้มาก หรือเราได้ขายหุ้นออกมาเพราะพบกิจการที่ยอดเยี่ยมในราคาที่มี Margin of Safety มากกว่านั่นเอง นักลงทุนต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่มีใครที่สามารถซื้อหุ้นในราคาถูกที่สุดและขายหุ้นในราคาสูงที่สุดทุกครั้ง

    ในภาวะตลาดขาขึ้น หากราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานไม่มากนักและยังไม่พบกิจการยอดเยี่ยมอื่นในราคาที่เหมาะสม  การรีบขายหุ้นที่กิจการแข็งแกร่ง ยังมีการเติบโตอาจทำให้เสียโอกาสในการลงทุนได้ กลยุทธ์ Let profit run และให้เวลากับกิจการมากขึ้น เพื่อให้ผลประกอบการที่ดีออกมาสนับสนุนราคาที่ปรับสูงขึ้นก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกัน 

    กรณีที่สอง เมื่อราคาหุ้นที่ตนถือหรือเพิ่งซื้อปรับลดลง หรือปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหุ้นอื่น น้อยกว่าหุ้นของเพื่อนนักลงทุนอื่น  หรือน้อยกว่าภาวะตลาดโดยรวม การเลือก “เปรียบเทียบเฉพาะกับสิ่งที่ดีกว่า” จนทำให้ตนไม่พอใจถึงขั้นเกิด “ความทุกข์ใจ” กับสิ่งที่ตนเป็นอยู่ คล้ายกับสำนวนที่กล่าวว่า “The grass is always greener on the other side” ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึง สนามหญ้าของเพื่อนบ้านที่มักเขียวสวยกว่าของบ้านเราเสมอ นอกจากนี้ นักลงทุนแต่ละคนล้วนมีกลยุทธ์ แนวทาง วิธีการลงทุนและความเสี่ยงที่รับได้แตกต่างกัน การเปรียบเทียบเพียงเฉพาะผลตอบแทนกับนักลงทุนอื่นจะนำพาความไม่สบายใจสู่ตนได้ 

    นักลงทุนต้องไม่ลืมว่า ในทางปฏิบัตินั้น มีเหตุปัจจัยมากมายที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อการขึ้นลงของราคาหุ้นในระยะสั้นคำแนะนำของผมก็คือ เราควรลดการเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกับสิ่งรอบข้างและเพิ่มความสำคัญในการเปรียบเทียบราคาหุ้นกับปัจจัยพื้นฐานธุรกิจปัจจุบัน หากพบว่ากิจการที่ตนถืออยู่ยังยอดเยี่ยม แข็งแกร่งและยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เราควรมี “ความสุข” ในการรอวันที่ราคาหุ้นตอบสนองกับผลประกอบการที่ดีขึ้นนั่นเอง

    กรณีสุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่างๆ เช่น ภาวะวิกฤติที่ตลาดหุ้นตกต่ำต่อเนื่องยาวนาน การถือเงินสดในสัดส่วนสูงยามตลาดหุ้นขาขึ้น การไม่มีเงินสดเพียงพอเพื่อซื้อหุ้นเมื่อพบโอกาสดีเยี่ยมในการลงทุน การถูกบังคับขายกรณีที่ใช้มาร์จิ้นซื้อขายหุ้น เป็นต้น หากตัดสินใจเลือกลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของตลาดหุ้นและต้องตระหนักถึงสัจธรรมที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” นักลงทุนทุกคนจึงต้องเตรียมใจและพร้อมรับมือหากต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เพื่อที่จะได้ไม่ “เครียดหรือกังวล” มากเกินไป

    เพื่อ “การลงทุนอย่างมีความสุข” คำแนะนำของผมก็คือนักลงทุนจำเป็นต้อง “รู้จักและเข้าใจ” ตัวตนของตนเองให้มากที่สุด และเริ่มปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ หนึ่ง จัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้อย่างเหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นทั้งหมด สอง สำหรับการลงทุนในหุ้น  ต้องเลือกแนวทาง วิธีการ กลยุทธ์และขบวนการตัดสินใจลงทุนให้เหมาะและสอดคล้องกับแนวทางการใช้ชีวิตโดยไม่ฝืนธรรมชาติของตน และสาม นักลงทุนควรตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่ไม่สูงและเป็นไปได้ยากเกินไปในการปฏิบัติ และต้องมีความสุขและพอใจเมื่อผลตอบแทนเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และเห็นพอร์ตการลงทุนของตนเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงนั่นเอง ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการลงทุนตลอดไปครับ

    สุดท้ายนี้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและ “เพิ่มความสุข” ให้กับผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจอย่างดีตลอดมา ผมได้ชักชวนคุณชาย มโนภาส อุปนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่าที่ประสบความสำเร็จอีกท่านหนึ่งที่มีประสบการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศอย่างยาวนาน มาร่วมเขียนบทความกับผมและคุณวีระพงษ์ ธัม ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้รับข้อคิด มุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนเพิ่มขึ้นไปอีกแน่นอนครับ
[/size]



ตอบกลับโพส