โค้ด: เลือกทั้งหมด
หลังจากเขียนถึงนักธุรกิจหญิงเจ้าของเบียร์ “ไฮนิเก้น”ไปในสัปดาห์ที่แล้ว แฟนๆคอลัมน์เรียกร้องให้นำเสนอครอบครัวอื่นๆเพิ่มเติม ประกอบกับสัปดาห์นี้เป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งหากกล่าวถึงสถานที่ที่ผู้ไปเยือนเมืองนิวยอร์คในช่วงเทศกาลนี้ “ต้องไป”คงหนีไม่พ้น ร็อกกิเฟลเลอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งจะมีการตกแต่งประดับประดาต้นคริสต์มาสและลานสเก๊ตน้ำแข็งหน้าตึก อย่างสวยงาม
แม้ว่า ตอนนี้อาคารร็อกกิเฟลเลอร์ เซ็นเตอร์(Rockefeller Center) ซึ่งประกอบด้วยตึกสูง 19 ตึกในย่านมิดทาวน์ เกาะแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์คจะ ไม่ได้เป็นของครอบครัวร็อกกิเฟลเลอร์ แต่เป็นของบริษัทมิตซูบิชิเรียลเอสเตทแล้ว แต่ มิตซูบิชิ ยังใช้ชื่ออาคารตามเดิมที่เคยใช้มาตั้งแต่สร้างเสร็จ ในปี 1938
บรรพบุรุษของครอบครัวร็อกกิเฟลเลอร์ เกิดในเมืองริชฟอร์ด (Richford) ทางตอนเหนือของมลรัฐนิวยอร์ค หลังจากนั้นย้ายเข้าไปอยู่ใกล้ชายแดนรัฐเพนซิลเวเนีย และย้ายไปเมืองสตรองสวิลล์ (Strongsville) ซึ่งเป็นเมืองปริมณฑลของ เมืองคลีฟแลนด์ มลรัฐโอไฮโอ
จอห์น ดี.ร็อกกิเฟลเลอร์ คนพ่อ หรือเรียกกันว่า จอห์น ซีเนียร์ นั้น ไม่ได้เรียนจบชั้นมัธยมปลายสายสามัญ แต่ผันตัวเองไปเรียนวิชาชีพ โดยเรียนวิชาบัญชี การธนาคาร และกฎหมาย และเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 16 ปี
คุณปู่จอห์น ท่านนี้ เป็นนักวางแผนการเงินตัวอย่างสำหรับดิฉันเลยค่ะ คือ นอกจากจะทำบัญชีให้กับบริษัทแล้ว คุณปู่ยังทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองตั้งแต่เริ่มทำงาน และเมื่ออายุ 24 ปี คุณปู่ได้เข้าไปทำธุรกิจน้ำมัน
ในปี 1870 คุณปู่เข้าหุ้นกับเพื่อนก่อตั้งบริษัท สแตนดาร์ดออยล์ออฟโอไฮโอ (Standard Oil of Ohio) ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญ และควบคุมการกลั่นน้ำมันในสหรัฐอเมริกาประมาณ 10%
แล้วก็มีเหตุการณ์ตลาดหุ้นตกต่ำต่อเนื่อง 6 ปี คุณปู่จอห์น เห็นโอกาสจึงได้เข้าซื้อกิจการกลั่นน้ำมันในฟิลาเดเฟีย นิวยอร์ค และ เพนซิลเวเนีย เพิ่มเติม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่คุณย่าคลอดบุตรชายคนแรก ในปี 1874 หลังจากลูกสามคนแรกเป็นผู้หญิง
คุณปู่ตั้งชื่อลูกเหมือนชื่อคุณปู่เลยค่ะ คือ จอห์น ดี. ร็อกกิเฟลเลอร์ จึงต้องพ่วงคำว่า จูเนียร์ (Jr.) ไว้หลังชื่อ เพื่อให้ทราบว่าหมายถึงคนลูก ในขณะที่ชื่อคุณปู่ก็ต้องมีคำพ่วงท้ายว่า ซีเนียร์ (Sr.)
หลังจากนั้นเชื่อไหมคะว่า ในปี 1877 เมื่อคุณปู่อายุ 38 ปีนั้น บริษัทสแตนดาร์ดออยล์ของคุณปู่ คุมการกลั่นน้ำมันถึง 90% ของการกลั่นน้ำมันของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว และภายหลังได้ขยายกิจการไปยังยุโรปตะวันตกและเอเชีย
คุณปู่ย้ายบ้านจากรัฐโอไฮโอ ไปอยู่นิวยอร์คในปี 1883 และบริษัทสแตนดาร์ดออย ก็ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ไปอยู่นิวยอร์คในปีถัดมา คุณแม่ของคุณปู่เป็นคนเคร่งศาสนา คุณปู่จึงบริจาคเงินสร้างมหาวิทยาลัย ตั้งใจจะให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดี มหาวิทยาลัยนั้นชื่อว่า มหาวิทยาลัยชิคาโกค่ะ และยังสร้างมหาวิทยาลัยวิจัยทางการแพทย์ ชื่อ ร็อกกิเฟลเลอร์
คุณปู่จอห์นผู้จดบันทึกการใช้จ่ายตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มทำงานตอนอายุ 16 ปีคนนี้ กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านเหรียญคนแรกของโลก ในปี 1916 และเมื่อคุณปู่จอห์นเสียชีวิตในปี 1937 คุณปู่มีทรัพย์สินเท่ากับ 1.5% ของขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว เห็นไหมคะว่า การออมเป็นรากฐานที่ดีของชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถต่อยอดไปสู่ความมั่งคั่งได้
การที่กิจการมีขนาดใหญ่เกินไปก็ก่อให้เกิดความกลัว ในปี 1890 จึงมีการออกกฎหมายป้องกันการผูกขาดชื่อ Sherman Antiturst Act ซึ่งในปี 1911 หลังจากจอห์น จูเนียร์ ลาออกจากบริษัท สแตนดาร์ดออยล์ถูกบังคับให้ขายบริษัทลูกออกไปภายใน 6 เดือน ซึ่งบริษัทลูกเหล่านั้น ในปัจจุบันก็เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันคือ Conoco Phillips, BP, Chevron และ Exxon-Mobil
ลูกชายของคุณปู่ คือจอห์น จูเนียร์ ได้ขยายกิจการไปด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยสร้าง Rockefeller Center กลุ่มอาคารสูง 19 ตึกที่มีลานสเก๊ตซึ่งดิฉันกล่าวถึงไปข้างต้น (โดยในช่วงแรกมี 14 ตึก) และลูกหลานได้สร้างตึกอีกมากมายในนิวยอร์กในศตวรรษที่ 20 รวมถึงตึกเวิร์ลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างโดยเดวิด และ เนลสัน ร็อกกิเฟลเลอร์ บุตรชายของจอห์น จูเนียร์ และขยายกิจการไปด้านการลงทุนอื่นๆที่หลากหลาย
ครอบครัว ร็อกกิเฟลเลอร์ มีการใช้เงินเพื่อการกุศลและประโยชน์ของสาธารณะและสังคมมากจนเป็นที่กล่าวขวัญถึง ส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านมูลนิธิของตนเอง โดยมีทั้งภาคการศึกษา ได้ส่งเสริมการให้การศึกษาในภาคใต้ของสหรัฐ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ในช่วงที่สหรัฐอเมริกายังมีการเหยียดผิวอยู่ นอกจากจะก่อตั้งมหาวิทยาลัยสองแห่งที่กล่าวมาแล้ว ยังบริจาคเงินสร้างอาคารและสนับสนุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยอื่น เช่น ภาควิชาฟิสิกส์ ของมหาวิทยาลัยคอร์แนล และมหาวิทยาลัยเคสเวสเธอร์นรีเสริฟ ศูนย์สำหรับการศึกษาเกี่ยวกับละตินอเมริกา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ฯลฯ ทั้งยังส่งเสริมศิลปะ โดยสร้างพิพิธภัณฑ์และส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในโลก
ประมาณว่า คุณปู่จอห์น ดี. ร็อกกิเฟลเลอร์ ได้บริจาคเงินเพื่อการกุศลมากกว่า 540 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงที่มีชีวิตอยู่ และลูกชายคือ จอห์น จูเนียร์ บริจาคอีก 537 ล้านเหรียญ รวมสองพ่อลูกบริจาคและใช้เงินเพื่อการกุศลมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญในช่วงที่มีชีวิตอยู่คือปี 1860-1960 ปัจจุบันครอบครัวนี้ลงทุนผ่านมืออาชีพในบริษัทโฮลดิ้งชื่อ Rockefeller Financial Servies ซึ่งมีบริษัทลูก 5 แห่ง ทำธุรกิจบริหารเงิน บริหารกองทุนร่วมลงทุน และบริหารทรัสต์ รวมถึงประกันภัยและบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยด้วย
ครอบครัวร็อกกิเฟลเลอร์มี 5 รุ่นแล้วค่ะ จำนวนสมาชิกในปัจจุบันประมาณ 200 คน และแน่นอนว่า เมื่อมีเงินก็มักจะมีผู้ทาบทามเข้าสู่วงการเมือง โดยคนในครอบครัว ร็อกกิเฟลเลอร์ที่สนใจลงสนามการเมืองมากที่สุดเป็นรุ่นลูกของ จอห์น จูเนียร์ค่ะ คือเนลสัน และ วินธรอป โดยวินธรอป เป็นอดีตผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอส์ 2 สมัย เนลสัน เป็นคนที่ทำงานการเมืองมากที่สุด เป็นอดีตผู้ว่าการนครนิวยอร์คถึง 4 สมัย เคยเป็นรองประธานาธิบดี ของสหรัฐ และอีกคนหนึ่งคือ จอห์น ดี. ร็อกกิเฟลเลอร์ ที่สี่ เป็นวุฒิสมาชิกของรัฐเวอร์จิเนียตะวันตกในปัจจุบัน