รวยได้ไม่ง้อมรดก 4/วิบูลย์ พึงประเสริฐ

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตอบกลับโพส
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
กระทู้: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm

รวยได้ไม่ง้อมรดก 4/วิบูลย์ พึงประเสริฐ

โพสต์ โดย Thai VI Article » อังคาร ก.พ. 24, 2015 2:26 pm

โค้ด: เลือกทั้งหมด

คนที่ไม่มีมรดกหรือพ่อแม่ไม่มีเงินลงทุนก้อนแรกให้จะสามารถร่ำรวยจากตลาดหุ้นได้โดยเริ่มต้นจากขั้นตอนแรกคือ ทำงานเก็บเงิน การ เก็บเงินที่จะสร้างความมั่งคั่งได้นั้นควรจะเก็บอย่างน้อย 50 เปอร์เซนต์ของเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน เช่นเงินเดือนเดือนละ 3 หมื่นบาท โบนัสปีละ 3 เดือน ถ้าเก็บเงินได้ครึ่งหนึ่งคือ 1.5 หมื่นบาทและโบนัสเก็บเข้าบัญชีทุกปี ภายในเวลา 4 ปีจะมีเงินเก็บถึง 1,080,000 บาท

ขั้นตอนที่สอง คือการหาความรู้ในการลงทุนระหว่างที่กำลังเก็บเงิน โดยในระยะเวลา 4 ปีที่เก็บเงินก็สามารถลองผิดลองถูกในตลาดหุ้นได้โดยนำเงินสัก 10 เปอร์เซนต์ของที่มีมาทดลองซื้อขายเพื่อความรู้

ขั้นตอนที่สามคือการนำเงินไปลงทุนในระยะยาวเพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน การ ลงทุนให้ได้ปีละ 10-15 เปอร์เซนต์นั้น นักลงทุนสามารถทำได้โดยลงทุนผ่านกองทุนดัชนีโดยไม่ต้องไปวิเคราะห์หุ้นด้วย ตนเองแต่อย่างใดตามอัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกในรอบ 20-30 ปีที่ผ่านมา ส่วนนักลงทุนที่มีชื่อเสียงอย่างวอร์เรน บัฟเฟตนั้นถ้าดูจากผลงานการลงทุนของเขาแล้วจะพบว่าในช่วงแรกๆนั้น บัฟเฟตทำผลตอบแทนได้ปีละ 24 เปอร์เซนต์ จนเมื่อเงินลงทุนของบริษัทเบิร์คไชน์ของเขาเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงสิบปีหลัง ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนของบัฟเฟตลดลงแต่ยังอยู่ในระดับปีละเฉลี่ย 20 เปอร์เซนต์ต่อปี

นักลงทุนรายย่อยในไทยนั้นมักคิดว่าการลงทุนในหุ้น ต้องทำผลตอบแทนได้เป็นร้อยเปอร์เซนต์ต่อปีถึงจะรวยได้ แต่ในความเป็นจริงการทำผลตอบแทนได้สูงมากๆเป็นเวลาติดต่อกันนั้นมักตามมา ด้วยความเสี่ยงที่มากขึ้น การลงทุนในหุ้นได้ผลตอบแทนเพียงปีละ 10 ถึง 20 เปอร์เซนต์ต่อปีสามารถทำให้รวยได้ ยิ่งกว่านั้นหลังจากที่เก็บเงินได้ 1 ล้านบาทและนำมาลงทุนแล้ว ถ้ายังคงทำงานเก็บเงินเหมือนเดิมคือเดือนละ 15,000 บาทและรวมโบนัสเข้าไปทุกปี ก็สามารถเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้เช่นกัน โดยยังไม่ได้คิดถึงเงินเดือนที่มากขึ้นตามอายุงาน

ตามตาราง แสดงให้เห็นถึงระยะเวลาในการลงทุนทางด้านซ้ายและจำนวนเงินที่มีในตาราง ส่วนด้านบนของตารางคือผลตอบแทนที่ทำได้โดยเฉลี่ยในแต่ละปี ในแต่ละผลตอบแทนจะมีสองแถวโดยแถวแรกคือจำนวนที่มีในบัญชีเมื่อไม่ได้เพิ่ม เงินเข้าไปอีกเลย ส่วนอีกแถวในผลตอบแทนเดียวกันคือจำนวนเงินที่ถ้ามีการเก็บเงินเพิ่มเดือนละ 15,000 บาทเข้าไปทุกๆเดือน

จะเห็นว่าถ้าสามารถทำผลตอบแทนได้ปีละ 15 เปอร์เซนต์และเพิ่มเงินจากเงินเก็บเข้าไปเดือนละ 15,000 บาท ภายในระยะเวลา 30 ปีจะมีเงินในบัญชีถึง 164 ล้านบาท ถ้าไม่เพิ่มเงินเลยในแต่ละปี จำนวนเงินที่มีจะลดลงเหลือ 66 ล้านบาท ถ้าสามารถเก็บเงิน 1 ล้านบาทก่อนอายุ 30 ปีซึ่งน่าจะทำได้ถ้าเริ่มเก็บเงินตั้งแต่เริ่มต้นทำงานและไม่ใช้จ่าย ฟุ่มเฟือยและนำไปลงทุนในกองทุนรวมหรือลงทุนในตลาดหุ้นให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15 เปอร์เซนต์ต่อปี ผลตอบแทนที่ว่าอาจะอยู่ในรูปของกำไรจากราคาหุ้น 10 เปอร์เซนต์และปันผลอีก 5 เปอร์เซนต์ เมื่อถึงอายุเกษียณที่ 60 ปี จะกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้

ยิ่งถ้าใครทำผลตอบแทนได้เท่ากับ วอร์เรน บัฟเฟตที่ 24 และ 20 เปอร์เซนต์ด้วยแล้ว การเป็นเศรษฐีร้อยล้านจากการเก็บเงินเพียงเดือนละ 15,000 บาทก็เป็นไปได้เร็วมากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยกว่า 20 และ 25 ปีตามลำดับ นั่นคือเมื่ออายุเพียง 50 และ 55 ปี ในความเป็นจริงเงินเดือนจากการ ทำงานจะมากขึ้นตามประสบการณ์และถ้ายังสามารถบริหารจัดการเก็บเงินให้ได้ 50 เปอร์เซนต์ของเงินเดือนแล้ว การไปสู่เป้าหมายของการมีเงินร้อยล้านก่อนเกษียณจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ที่สำคัญคือสามารถรวยได้ด้วยตนเองโดยไม่ง้อมรดกจากใครๆเลยสักคนเดียว
[/size]



ตอบกลับโพส