โค้ด: เลือกทั้งหมด
การลงทุนคือหัวใจสำคัญที่จะอยู่รอดในโลกยุคนี้ ในยุคที่สินทรัพย์มีราคาเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการหารายได้ของคนทั่วไป สำหรับคนยุคก่อน เงินล้านคือความฝันทั้งชีวิต แต่ปัจจุบันเงินล้านแทบจะซื้อบ้านเล็ก ๆ ซักหลังหรือรถขนาดกลางหนึ่งคันไม่ได้ ดังนั้นตำราที่บอกว่าให้ทำงานหนักขึ้น เพื่อหารายได้มากขึ้น และเก็บออมไว้เกษียณ อาจจะใช้ได้ดีในยุค Baby Boomer แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับยุคปัจจุบัน และยิ่งเรามีความตื่นตัวเรื่องการลงทุน ก็ยิ่งทำให้ราคาสินทรัพย์ลงทุนเกือบทุกชนิดรวมถึงหุ้นมีราคาแพงขึ้น ดังนั้นการลงทุน ที่เป็นทางออกสำหรับชีวิตยุคนี้ก็เป็นทางที่อันตรายที่สุดในเวลาเดียวกัน ตอนนี้หนังสือหุ้นเปลี่ยนชีวิตครบ 3 ปีเต็ม ผมอยากจะเพิ่มกลยุทธ์การลงทุน 30 ข้อที่น่าจะเอาไว้ใช้ในยุคที่เราต้องเอาตัวรอดจากการลงทุนในหุ้นครับ
1. หัวใจของการลงทุนหุ้นอยู่ที่การซื้อธุรกิจที่ “แข็งแรง” “มีการเติบโต” และ “ราคาต่ำกว่ามูลค่า” การลงทุนในบริษัทที่ “ไม่แข็งแรง” เป็นสิ่งแรกที่ควร “หลีกเลี่ยง” เพราะการแข็งขันในธุรกิจมักจะสร้างปัญหาให้บริษัทที่อ่อนแอที่สุด คล้าย ๆ กับสารคดีที่บอกว่า ในทุก ๆ วัน กวางที่วิ่งช้าที่สุดจะตกเป็นเหยื่อของสิงโต นอกจากนั้นธุรกิจต้องมีการ “เติบโต” อย่างน้อยก็มากกว่าเงินเฟ้อหรือ GDP ประเทศ เพราะนี่คือปราการสำคัญสำหรับการคงมูลค่าเงินลงทุน สุดท้ายแล้วราคาที่เราซื้อ “ไม่ควรจะแพง” จนเกินไป สามสิ่งนี้ช่วยป้องกันปัญหาการลงทุนประเภท “ขาดทุนถาวร” ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดในการลงทุน
2. หุ้นที่ดีจะต้องมีพัฒนาการเชิงบวกที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม จากการลงทุนหากสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนมักเสาะแสวงหาพัฒนาการเชิงบวก เช่น หาบริษัทที่การลงทุนใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น (หุ้นเติบโตสูง) การเปลี่ยนผู้บริหาร หรือการแก้ปัญหาที่เรื้อรังของธุรกิจ (หุ้น Turn Around) การเปลี่ยนแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่ตกต่ำ (หุ้นวัฎจักร) อย่างไรก็ดีเราควรจะยึดหลักสำคัญข้อแรกไว้ก่อน ว่าการลงทุนควรจะหลีกเลี่ยงการขาดทุนถาวร ก่อนที่จะมุ่งหาผลตอบแทนและมองหา “ข่าวดี” เหล่านี้
3.สิ่งที่ต้องรู้คือ นักลงทุนจำนวนมากต่างพยายามใช้วิธีเดียวกันเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับเรา นี่คือการแข่งขันที่รุนแรง และถึงเราจะอ่านตำราลงทุนแบบบัฟเฟตต์จนจบ เราก็อาจจะเป็นบัฟเฟตต์ไม่ได้ ส่วนที่สำคัญมากคือ “ประสบการณ์” ที่ต้องใช้ “ระยะเวลาสั่งสม” ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดหุ้น สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ความผิดพลาดจะต้องเกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกคน เราไม่ได้พยายามหลีกหนีความผิดพลาดและมองหาความสมบูรณ์แบบจาการลงทุน แต่เราพยายามจะจำกัดความเสี่ยงมัน และเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะนี่คือ “ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง”
4.ความเป็นอิสระต่อฝูงชน นักลงทุนที่ดีจะต้องมีความคิดเป็นอิสระจากคนอื่น นี่คือสิ่งที่น่าอึดอัดสำหรับสัญชาติญาณมนุษย์ เรามีแนวโน้มที่จะสบายใจที่จะถ้าทำตามคนอื่น จากประสบการณ์ของผมความรู้สึกอึดอัดใจในเวลาซื้อหุ้น จะให้ผลลัพท์ที่ดีกว่า นักลงทุนต้องทนความรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่สบายใจได้ เพราะหุ้นจะขึ้นในขณะที่นักลงทุนไต่กำแพงแห่งความกังวล และหุ้นจะตกลงอย่างหนักหลังจากที่ทุกคนรู้สึกสบายใจและปลอดภัย
5.เราจำเป็นต้องพัฒนา “ไอเดียการลงทุน” ไม่ว่าจะเป็นการ “เปิดใจ” รับฟังไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา การอ่าน สังเกต คิด วิเคราะห์จึงเป็นส่วนสำคัญ เพราะนักลงทุนควรจะพยายามนำความคิดและข้อมูลต่าง ๆ ตกผลึกเป็นไอเดียดี ๆ ในการลงทุน นักลงทุนที่ชนะตลาดได้ มักจะมีข้อมูลในเชิงคุณภาพและปริมาณของบริษัท หรืออุตสาหกรรมที่ตัวเองลงทุนเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป ในทางกลับกันผู้ที่เสียหายหนัก คือนักลงทุนที่รู้น้อยที่สุด
6.จงระวังการหาข้อมูลในการลงทุน เรามักจะมีแนวโน้มหาข้อมูลด้านบวกเพื่อสนับสนุนแนวคิดตัวเอง และละเลยมองข้ามข้อมูลเชิงลบที่ขัดแย้งกับความเชื่อของเรา การที่เรากำไรจากหุ้นจะยิ่งทำให้เราคิดเข้าข้างตัวเองมากขึ้น บางครั้งหุ้นขึ้นหรือลงได้โดยไร้เหตุผล ซึ่งจะทำให้ความโชคดี แปรเปลี่ยนไปเป็นความโชคร้าย เมื่อเราประมาทและมองความเสี่ยงน้อยลง
7.อดีตไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่าบอกว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มันใช้บอกอนาคตได้ในบางสถานการณ์เท่านั้น ถ้าเราตัดสินใจการลงทุนโดยการมองตัวเลขงบการเงิน เหมือนขับรถโดยมองแค่กระจกหลัง ในทางคณิตศาสตร์ ถ้าเราเห็นเลข 2 4 6 เราก็จะเดาว่าตัวเลขต่อไปคือ 8 แต่สำหรับการลงทุน มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ติดตามต่อได้ในตอนถัดไปครับ