โค้ด: เลือกทั้งหมด
ปัจจุบัน ถ้ามองไปรอบๆจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่มักจะสนใจในเรื่องการลงทุนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหุ้น, อสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจส่วนตัว นักศึกษาหลายๆคนเรียนจบปริญญาแล้วแต่ไม่ไปทำงานเป็นลูกจ้าง แต่ออกมาเปิดธุรกิจของตนเองไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่หรืออื่นๆ เด็กรุ่นใหม่จำนวนมากอยากจะเดินทางตามรอยรุ่นพี่ที่ร่ำรวยจากการเป็นนักลง ทุนในตลาดหุ้นจึงหันมาเล่นหุ้นหรือลงทุนแทนการทำงานประจำ คิดว่ามีแค่เครื่องคอมพิวเตอร์กับกาแฟสักแก้วก็หาเงินจากตลาดหุ้นได้แล้วโดย ไม่ต้องไปทำงาน จริงๆแล้วหลายๆคนที่ไม่ได้มีพ่อแม่ร่ำรวย หลังจากเรียนจบได้ออกมาหางานประจำทำ ขณะเดียวกันก็เริ่มต้นเก็บเงินและนำเงินเก็บนั้นมาลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนมีเงินมากพอที่จะไม่ต้องทำงาน หลายคนคิดว่า ถ้าอยากจะรวยต้องลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเราควรจะลงทุนให้เงินงอกเงยมากเพียงพอที่จะเราจะลา ออกจากงานได้มากกว่าที่จะออกมาทำให้เงินงอกเงยทีหลัง ถ้าดูดีๆจะพบว่าคนรวยระดับโลกจำนวนมากยังทำงานอยู่ถึงแม้เขาจะมีเงินมากพอจน ไม่ต้องทำงานแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวอร์เรน บัฟเฟตหรือริชาร์ด เบรนสันเป็นต้น ถ้าเรารวยมากพอวันหนึ่งเราอาจจะหยุดทำงาน ซึ่งนั่นหมายความว่าเราไม่ได้ทำงานที่เรารักหรือชอบอย่างแท้จริง
มี หลายคนที่เริ่มต้นจากศูนย์โดยไม่ได้มีมรดกตกทอดและสร้างฐานะจนสามารถลาออก จากงานประจำได้ หลายคนใช้การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเครื่องมือในการไปให้ถึงจุดหมาย เรียกว่าเป็นการลงทุนเปลี่ยนชีวิต แต่กว่าที่เขาจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่าท้าทายต่อความ เชื่อและทัศนคติที่แตกต่างจากคนรุ่นเดียวกันอย่างเข้มแข็งเลยทีเดียว จากนี้จะได้กล่าวถึงบุคคลที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้ด้วยตนเองจาก ตัวอย่างจริงที่เกิดขึ้น
มีรุ่นน้องท่านหนึ่งเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาตร์ ฐานะที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก พ่อแม่มีเงินส่งเรียนแค่จบปริญญาตรีเท่านั้น หลังจากเรียนจบเขาเข้าทำงานในบริษัทผลิตและขายวัสดุก่อสร้างและเคมีภัณท์ ระดับประเทศเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะมั่นคงจนเป็นที่ทำงานในฝันของนัก ศึกษาจบใหม่หลายๆคน เริ่มต้นจากตำแหน่งวิศวกรเงินเดือนหลักหมื่น การได้ทำงานประจำกับองค์กรใหญ่เช่นนี้ย่อมทำให้คนที่เป็นพ่อแม่รู้สึกภูมิใจ และยินดีกับความมั่นคงของบุตรหลานของตนเอง ในช่วงเวลาที่เขาทำงานประจำอยู่นั้น เขาได้ค้นพบกลุ่มการลงทุนแบบเน้นคุณค่าหรือวีไอโดยบังเอิญผ่านทางเวปไซค์ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นแบบ วีไอ
ในช่วงเวลานั้น เพื่อนๆที่จบออกมาและทำงานในบริษัทเดียวกัน เริ่มมีรายได้มากขึ้นและมีสถานะทางสังคมสูงมากขึ้น เพื่อนที่ทำงานหลายคนนำเงินโบนัสไปออกรถใหม่เพื่อที่จะได้สะดวกสบายเวลาเดิน ทางมาทำงาน ส่วนใหญ่ก็จะวางเงินดาวน์และผ่อนเป็นรายเดือนไป เงินเดือนวิศวกรในบริษัทใหญ่เช่นนี้สามารถผ่อนรถคันเล็กๆได้อย่างสบายๆอยู่ แล้ว หลายคนเริ่มซื้อบ้านอาจจะเอาไว้เป็นเรือนหอหรือไม่ก็คิดว่าถ้าไม่รีบซื้อ ราคาบ้านจะขึ้นไปอีกจนซื้อไม่ได้ เช่นเดียวกับการซื้อรถ เพื่อนๆของเขามักจะกู้เงินแบงค์เพื่อซื้อบ้านโดยวางเงินดาวน์แค่เล็กน้อย หรือหลายโครงการสามารถผ่อนดาวน์ได้อีกด้วย เงินเดือนที่ได้รับก็ถูกใช้ไปเป็นค่าผ่อนบ้านผ่อนรถกันเป็นเวลาหลายปี นอกจากนั้นยังมีมือถือรุ่นใหม่ๆออกมาให้ผ่อนศูนย์เปอร์เซนต์อีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับ เขา เนื่องจากพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดดังนั้นจึงไม่มีบ้านในกรุงเทพ เขาจึงเช่าบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน และเนื่องจากไม่มีรถไฟฟ้าผ่านที่ทำงาน เขาจึงอาศัยนั่งรถเมล์จากบ้านที่เช่าอยู่ไปกลับจากที่ทำงานทุกวัน ขณะที่เพื่อนๆขับรถเก๋งไปทำงานและอยู่บ้านหลังใหม่เอี่ยม เขาอยู่บ้านเช่าและนั่งรถเมล์โดยเงินเดือนและโบนัสที่ได้รับ เขานำมาเก็บออมและลงทุนในตลาดหุ้นโดยหลักการการลงทุนแบบเน้นคุณค่า เพื่อนๆหลายคนดูถูกเขาว่าไม่ยอมซื้อรถหรือซื้อบ้าน ใช้มือถือรุ่นเก่า ไม่มีอะไรจะให้อวดได้เลย สาวๆไม่มีใครมาเหลียวมองทำให้เขาทำตัวเป็นโสดอยู่ในช่วงเวลาที่ทำงานอยู่
ผ่าน ไปสิบปีนับจากวันที่เขาเรียนจบและเริ่มต้นทำงาน เพื่อนๆยังคงทำงานกินเงินเดือนอยู่และไม่มีเงินเก็บเพราะนำเงินไปจ่ายค่า ผ่อนบ้านค่าผ่อนรถจนเงินหมดเดือนชนเดือน ส่วนเขาตอนนี้ลาออกจากงานประจำแล้วเพราะเงินปันผลที่ได้จากหุ้นที่ถืออยู่ เป็นเงินหลายล้านบาทต่อปี นอกเหนือจากเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของตนเองแล้วยังสามารถให้เงินกับพ่อแม่ที่เกษียณอายุแล้วอีกด้วย ด้วย ความอดทนเก็บหอมรอบริบและท้าทายต่อความเชื่อและทัศนคติที่แตกต่างจากคนรุ่น เดียวกันอย่างเข้มแข็งทำให้การลงทุนแบบวีไอเปลี่ยนชีวิตของเขาได้อย่างแท้จริง