ลงทุนเปลี่ยนชีวิต 4/วิบูลย์ พึงประเสริฐ

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตอบกลับโพส
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
กระทู้: 1243
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 11, 2012 10:42 pm

ลงทุนเปลี่ยนชีวิต 4/วิบูลย์ พึงประเสริฐ

โพสต์ โดย Thai VI Article » อังคาร เม.ย. 21, 2015 1:28 pm

โค้ด: เลือกทั้งหมด

ตัวอย่างที่ผ่านมาในบทความที่แล้วส่วนใหญ่มักเป็นชีวิตคนทำงานออฟฟิศกินเงิน เดือนและเก็บหอมรอมริบและนำเงินเก็บที่มีไปลงทุนในสิ่งที่มีความรู้เช่นหุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์ ครั้งนี้จะกล่าวถึงกลุ่มคนใช้แรงงานที่สามารถเก็บเงินและสร้างการลงทุนจน พนักงานออฟฟิศยังต้องทึ่งและอิจฉาในความขยันและมุ่งมั่นเลยทีเดียว

พนักงานประจำกินเงินเดือนส่วนใหญ่ทำงานมานานหลายปี จำนวนมากไม่มีเงินเก็บหรือถึงมีก็มีแค่เล็กน้อยเพียงพอให้อยู่ไปได้แค่ไม่ กี่เดือนถ้าไม่มีงานทำ ถ้าตกงานก็ต้องดิ้นรนหางานใหม่ มิฉะนั้นก็อาจจะต้องอยู่อย่างกระเหม็ดกระแหม่เพื่อไม่ให้เงินเก็บที่มีต้อง หมดลง เรียกได้ว่าไม่สามารถหยุดทำงานได้ถึงแม้จะเป็นงานที่ตนเองไม่ได้ชอบหรือไม่ ได้รักที่จะทำ เหตุผลหลักๆที่ไม่สามารถเก็บเงินได้ก็คือเงินเดือนน้อยและค่าครองชีพสูง ซึ่งในความเป็นจริงมันอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างของพนักงานออฟฟิศเท่านั้นก็เป็นไป ได้ ปัจจุบันเงินเดือนพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศส่วนใหญ่น่าจะรายได้เกินหนึ่ง หมื่นบาทขึ้นไปจนถึงหลายหมื่นบาทขึ้นกับประสบการณ์ทำงานและบริษัทที่ทำ งานอยู่ นอกเหนือจากนั้นยังมีสวัสดิการพนักงานอื่นๆอีกพอสมควรอย่างกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพหรือประกันสังคมเป็นต้น ถึงอย่างนั้นก็ตามหลายคนยังชักหน้าไม่ถึงหลังหรือใช้เงินเดือนชนเดือน สิ้นเดือนเหมือนจะสิ้นใจ รอว่าวันไหนจะถึงวันเงินเดือนออกสักที

อาจจะเป็นไปได้ว่าสังคมของคนทำงานออฟฟิศนั้นอาจต้องใช้ของที่มีความจำเป็น สูงเช่น สมาร์ตโฟนที่ต้องคอยติดต่อกับเพื่อนทางโซเชียลมีเดียหรือต้องไปกินกาแฟแก้ว ละร้อยกว่าบาทเป็นต้น ซึ่งถ้าเงินเดือนสูงๆคงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับพนักงานออฟฟิศทั่วไปรายจ่ายที่มากเกินความจำเป็นทำให้ไม่มีเงิน เหลือเก็บ สุดท้ายก็กลายเป็นข้ออ้างว่าเก็บเงินไม่ได้สักที

ครั้งนี้จะกล่าวถึงผู้ใช้แรงงานท่านหนึ่งชื่อพัลลภ เขาเป็นแรงงานต่างด้าวมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาหางานใช้แรงงานในประเทศ ไทย งานแรกที่เขาทำคืองานที่โรงงานอาหารทะเลโดยได้รับค่าจ้างเป็นรายวันและไม่ ได้มีสวัสดิการอื่นๆแต่อย่างใด งานที่ทำเป็นงานที่หนักและคนไทยส่วนใหญ่ไม่อยากทำ หลังจากทำงานมาสักระยะหนึ่งเขาพบว่าไม่มีเงินเหลือเก็บ เพราะรายได้ที่ได้มาต้องไปจ่ายเป็นค่าเช่าบ้านรวมถึงค่าอาหารอีกวันละหลาย ร้อยบาท ยิ่งทำงานไป ยิ่งมองไม่เห็นอนาคต เขาจึงมองหางานใหม่ที่ทำให้เขาสามารถมีเงินเหลือเก็บได้

หลังจากลาออกจากโรงงานอาหารทะเลแล้ว พัลลภไปทำงานเป็นคนสวนของร้านขายต้นไม้ เขาตื่นแต่เช้ามารดน้ำต้นไม้ จัดสวน เก็บเศษใบใบหญ้า ดูแลต้นไม้ที่ชำไว้ หลังจากร้านเปิดก็ทำหน้าที่เฝ้าร้านและขายต้นไม้ไปด้วย เขาทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เคยโกงเจ้าของร้านเลยสักครั้งเดียว ทั้งๆที่มีโอกาสในการโกงสูงมาก เพราะต้องรับเงินสดจากการขายต้นไม้ทุกวัน นอกเหนือจากนั้นเขายังขยันขันแข็ง ทำงานโดยไม่เคยบ่น ไม่เคยขอค่าแรงเพิ่ม นอกเหนือจากนั้นเขายังไม่ติดอบายมุข ไม่เล่นการพนัน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวการคืน เขามุ่งมั่นทำงาน เงินเดือนที่ได้รับประจำเดือนละ 7 พันบาท เจ้าของร้านเห็นความตั้งใจและขยันซื่อสัตย์จึงให้ค่าคอมมิชชั่นจากการขาย ต้นไม้ให้อีกทุกเดือนเดือนละประมาณ 4-5 พันบาทรวมเป็นเงินที่ได้เดือนละหมื่นต้นๆ

ที่ร้านต้นไม้มีที่พักให้พนักงานที่เป็นแรงงานต่างด้าวรวมทั้งเลี้ยงอาหาร อีก 3 มื้อ เงินเดือนที่ได้พัลลภจึงเก็บเอาไว้โดยไม่ได้นำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด โทรศัพท์ก็ใช้เท่าที่จำเป็นและเป็นรุ่นเก่าๆราคาไม่กี่ร้อยบาท หลังจากทำงานที่ร้านขายต้นไม้ได้ 6-7 ปี เขาสามารถเก็บเงินได้ถึงหนึ่งล้านบาท มาถึงตอนนี้พนักงานออฟฟิศคงสงสัยว่าเขาทำได้อย่างไร ทำไมเราเงินเดือนหลายหมื่นบาททำงานมาจะเป็นสิบปีแล้วถึงยังเก็บเงินไม่ได้ สักที

พัลลภได้เงินเดือนเดือนละ 12,000 บาท เขาเก็บเงินทั้งหมด ดังนั้นในหนึ่งปีเขาจะเก็บเงินได้ 12,000X12=144,000 บาทต่อปี ถ้าเก็บเงินเช่นนี้เป็นเวลา 7 ปีจะสามารถเก็บเงินได้ 144,000X7= 1,008,000 หรือครบหนึ่งล้านบาทพอดี ไม่ยากเลยเพียงแค่มีวินัยและความประหยัดอดออม

จะเห็นว่าถึงแม้จะเป็นคนใช้แรงงานเงินเดือนน้อยก็สามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้ ดังนั้นพนักงงานออฟฟิศเงินเดือนหลายหมื่นบาทนั้น การบอกว่าเก็บเงินไม่ได้เพราะเงินเดือนน้อยเป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้นเอง
[/size]



ตอบกลับโพส